ตั้งแต่ Huawei แตกไลน์สินค้าออกมาทำแลปทอปขาย สิ่งที่ได้รับคำชมมาตลอดคือจอภาพที่คุณภาพโดดเด่นเกินราคาไปมาก จนหลายคนสงสัยว่า ถ้าพวกเขาทำ monitor ออกมาขายจริง จะเด็ดขนาดไหน – ว่าแล้วก็มาจริง ๆ และน่าสนใจทั้งสองรุ่น ไม่ว่าจะเป็นจอ 4K สเกล 3:2 อย่าง Huawei MateView หรือเจ้า MateView GT ที่เรานำมาทดสอบ

จอโค้ง 34” ในตลาดนั้นมีตัวเลือกอยู่มากมาย แต่สิ่งที่ทำให้ MateView GT โดดเด่นจริง ๆ คือความสะดวกสบายของการใช้พอร์ท USB-C ได้แบบสุดทาง จะเสียบกับคอมพิวเตอร์, แลปทอป, โทรศัพท์มือถือ, แทบเล็ต ฯลฯ ภาพก็ขึ้นไปอยู่บนจอได้ทันที ยิ่งถ้าเป็นโทรศัพท์หรือแทบเล็ต Huawei ก็จะยิ่ง advance เพราะสามารถเปิด desktop mode ขึ้นมาใช้เหมือนเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งได้เลย จะใช้งานเป็นโทรศัพท์ไปพร้อมกันด้วยก็ยังได้

May be an image of text that says '0:01:05 D SCORE Dealbreaker Huawei MateView GT Len.game Len.game'


การออกแบบของ MateView GT นอกจากจะสวยคมสมฐานะ Huawei ยังมีจุดน่าชื่นชมอีกหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นฝาปิด I/O ช่องเสียบสายที่ใช้แม่เหล็กดูดติด(ไม่ต้องกลัวทำตัวล็อกหักแล้ว) การใช้หม้อแปลงไฟ 135 W ส่งไฟเลี้ยงเข้าเครื่องด้วยหัว USB-C อาจจะทำสับสนกับสาย USB-C สำหรับสัญญาณภาพ แต่ก็แยกห่างและมีชื่อพอร์ทบอกชัดเจน, เมนูควบคุมจอที่ใช้ง่าย เข้าใจง่าย ปรับแต่งได้เยอะ มีไฟขาวรอบปุ่มควบคุมใต้จอช่วยให้หาง่าย แถบสีไฟ RGB บนลำโพงที่เป็น touch panel ปรับระดับเสียงในตัว แถมถ้าเอาลำโพงนอกมาต่อผ่านสาย AUX ก็ใช้แถบไฟนี้ปรับระดับเสียงได้ด้วยเช่นกัน


ในฐานะจอภาพสำหรับทำงาน MateView GT โดดเด่นด้วยพื้นที่แสดงผลที่กว้าง ‘เกินพอ’ สำหรับแทบจะทุกงาน ย่านสีครอบคลุม 90% P3, 121% sRGB ความลึกสีปรับไปได้ถึง 10 bit สามารถแบ่งจอใช้ดูเอกสารได้ทีละหลาย ๆ หน้า, แต่งภาพแบบมีที่วาง tools เหลือเฟือ, ตัดต่อวิดีโอแบบลาก timeline ได้สุดทางยาว ๆ – แค่ต้องปรับตัวกับความกว้างระดีบ 3,440 พิกเซลสักหน่อย และถึงแม้จอจะเป็นแบบ flicker-free และปล่อยแสงสีน้ำเงินต่ำ แต่ด้วยธรรมชาติของพาเนล VA ที่ค่อนข้างแสงจ้า ก็อาจจะต้องปรับลดแสงลงหรือพักสายตาเป็นระยะ

May be an image of indoor and text that says 'Dealbreaker Huawei MateView GT Len.game Len.game'


ว่ากันเรื่องสเปคของจอแล้ว ต้องบอกว่า MateView GT อาจจะมาก่อนกาลไปเสียหน่อย เพราะปัจจุบันยังไม่มีพอร์ทแสดงผลใด ๆ ที่จะส่งสัญญาณภาพ 3440×1440 10-bit color 165 Hz เต็มสเปคของจอนี้ได้เลย ถ้าต่อผ่าน Displayport 1.4 หรือ HDMI 2.0 ที่มีมาให้นั้นไม่ใกล้เคียงแน่นอน ดีที่สุดก็คือผ่านพอร์ท USB-C ที่สามารถดันไปได้ถึง 3440×1440 8-bit color 165 Hz แต่ถ้าอยากได้สี 10 bit ก็ต้องยอมลด refresh rate ลงมาเหลือ 144 Hz แทน และเรื่องจะซับซ้อนไปอีกถ้าต้องการใช้ไมโครโฟนที่ติดมากับจอ เพราะจะต้องใช้พอร์ท USB-C ที่มีอยู่พอร์ทเดียวนี้ไปต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เจ้าไมค์แทน สัญญาณภาพต้องไปใช้พอร์ทอื่น

May be an image of phone, screen and text


ด้วยความละเอียดขนาดนี้ ต่อให้ปรับลด option การแสดงผลในเกมลงแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าการ์ดจอของคุณจะปั่นเฟรมเรทไม่ค่อยไหว ต้องยอมลดความละเอียดลงบ้าง แล้วเมื่อ setting ต่าง ๆ ลงตัว ความรู้สึกโอบล้อมที่ได้จากจอกว้างความโค้ง 1500R ก็จัดว่า ‘immersive’ มากทีเดียว ความโอบล้อมที่หาไม่ได้จากจอแบบอื่น ๆ นับว่าคุ้มกับที่ต้องแลกมาด้วย responsive time 4ms ซึ่งอาจจะช้าไปหน่อยสำหรับการเล่นระดับแข่งขันอีสปอร์ต แต่ทั่ว ๆ ไปแล้วก็ยอมรับได้ ตัวจอรองรับการแสดงผลแบบ HDR ซึ่งถึอว่าทำได้ไม่เลวสำหรับจอที่ค่า peak brightness อยู่ที่ 350 nits

นอกจากการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อนำอุปกรณ์อื่นใดมาต่อกับ MateView GT ก็จะต้องเจอกับขอบดำซ้ายขวาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่รองรับความละเอียดแบบ ultrawide 21:9 แต่ก็มีบางแอปฯ อย่าง Netflix บน iOS ที่จะปรับ output scale หน้าจอที่สองไปตามขนาดของหนัง น่าเสียดายที่หนังสเกล 21:9 ใน Netflix ส่วนใหญ่จะมาในแบบ 16:9 ใส่แถบดำบน-ล่าง แม้จะกด zoom ให้เต็มจอได้ แต่ความละเอียดก็หายไปพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเป็นจอที่ออกแบบสำหรับดูใกล้ ๆ อย่างนี้ ก็รู้สึกมากหน่อย


ที่น่าเสียดายอีกอย่างก็คือ ลำโพงทรง soundbar ที่ติดตายมากับเครื่องนั้น แม้ลูกเล่นแถบไฟสี RGB จะเพลินตาดี ใช้เป็น touch bar ปรับระดับเสียงได้ แต่เสียงที่ได้นั้นไม่สมกับการกินที่โต๊ะสักเท่าไหร่ อีกอย่างก็คือน่าจะมีช่องเสียบหูฟังมาให้ตรงส่วนนี้เลย จะดีกว่าเอาไปเก็บไว้หลังจอมาก แต่การใช้แถบไฟสีนี้ปรับระดับเสียงของลำโพงที่นำมาต่อเพิ่มได้นั้นถือว่ายอดเยี่ยม


คนที่คิดจะใช้จอภาพสเกล 21:9 นั้น เป็นกลุ่มที่มี use case ของตัวเองอยู่ในใจแล้ว เพราะเป็นสเกลที่ไม่ได้เข้ากับการใช้งานทุกอย่าง(ตอนที่เปิด Facebook หน้าต่างเดียวเต็มจอ ขอบซ้ายขวาจะเหงาสุดลูกหูลูกตาทีเดียว) ต้องมีการปรับแต่งเฉพาะทางหลายส่วนกว่าจะลงตัว Huawei MateView GT เป็นจอภาพคุณภาพสูงที่เปิดให้ผู้ใช้ปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย ฟีเจอร์ที่ให้มาเกินครบ บวกกับการใช้ประโยชน์จากพอร์ท USB-C ที่ช่วยให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายหลายทำได้แบบไม่มีสะดุก็ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นมากในยุคที่หนึ่งคนอาจใช้มากกว่าหนึ่งอุปกรณ์อย่างนี้


■ ซื้อเลย ถ้า

มองหาจอโค้ง สเกล 21:9 ที่ให้สีสวยตรง – sRGB 121%, Delta E <2 เรื่องทำงานไม่แพ้ใคร
มองหาจอสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ USB-C – เสียบแล้วเล่นได้ทุกอย่าง หลายอย่างเล่นไปชาร์จไฟไปให้ด้วย สะดวกสุด ๆ
อยากได้จอโค้งสำหรับเล่นเกม – ความโค้ง 1500R กับขนาด 34” ที่สเกล 21:9 นั้นให้บรรยากาศที่ ‘ห่อหุ้ม’ เราไว้ได้อย่างดี

■อย่าซื้อเลย ถ้า

อยากได้จอภาพพร้อมลำโพง Soundbar เสียงดี ครบจบ – เสียงที่ได้จากลำโพงมีความดังประมาณหนึ่ง แต่คุณภาพยังเทียบกับ ลำโพงขนาดเท่า ๆ กันไม่ได้ จะถอดออกก็ไม่ได้ด้วย
อยากได้จอมาเล่นเกม 4K เฟรมเรทสูง บนเครื่องเกมเจนฯ ใหม่ – ความละเอียดของจอนี้ นับจริง ๆ อยู่ที่ 3K และเครื่องเกมรุ่นใหม่ ๆ ยังไม่รองรับสเกลภาพ Ultrawide รวมไปถึงต้องใช้พอร์ท HDMI 2.1 ที่จอนี้ไม่มี
อยากได้จอกว้าง ๆ มาใช้แข่งขันอีสปอร์ต – response time(อัตราตอบสนอง) ขอจอนี้อยู่ที่ 4ms สามารถเล่นเกมทั่ว ๆ ไปได้สนุก แต่ในการแข่งขันระดับเสี้ยววินาที โปรเพลเยอร์จะมองหาจอที่ response time ต่ำกว่านี้

Huawei MateView GT วางจำหน่ายในราคา 17,990 บาท สนใจสั่งซื้อ คลิกที่นี่ https://bit.ly/3kW9RGG

#Dealbreaker#Huawei#mateviewGT#everydayimpossible#เรื่องเล่นเราจริงจัง

About Author
บทความโดย
len.game