หากพูดถึงกีฬาต่อสู้ที่ถูกด้อยค่ามากที่สุดชนิดหนึ่ง คำตอบย่อมหนีไม่พ้น “มวยปล้ำ” เนื่องจากเป็นกีฬาต่อสู้ที่ถูกกำหนดผลการแข่งขันไว้ล่วงหน้า และมีการปกป้องร่างกายของคู่แข่งขัน ไม่ได้ต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตายเหมือนกีฬาอื่น

ไม่ว่าคนทั่วโลกจะมองกีฬามวยปล้ำอย่างไร สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว “ปุโรเรสึ” ถือเป็นกีฬาต่อสู้ที่มีเกียรติและได้รับความนิยมเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงทศวรรษ 80s ถึง 90s ที่กีฬามวยปล้ำได้รับความนิยมสุดขีดในประเทศญี่ปุ่น นักมวยปล้ำในช่วงเวลานั้นจึงถูกยกย่องเป็นฮีโร่ และหลายคนกลายเป็นวายร้ายที่น่ากลัวซึ่งมีลมหายใจอยู่จริง 

แต่ไม่ใช่แค่โลกจริงเท่านั้น นักมวยปล้ำถูกผสมผสานเข้ากับ Pop – Culture หรือวัฒนธรรมร่วมสมัยของญี่ปุ่นอย่างลงตัว ทั้งในมังงะ ตลอดจนเกมต่อสู้ดัง อย่างใน Street Fighter ก็มีตัวละครอย่าง “แซนกีฟ” เป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง และเป็นขวัญใจคนเล่นตั้งแต่ยุค 90s มาจนถึงปัจจุบัน  

Len.game – เล่นเกม ขอพาคุณมารู้จักปูมหลังของ แซนกีฟ นักสู้จากเกม Street Fighter ในซีรีส์ The Protagonist ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักมวยปล้ำที่มีชีวิตจริง ๆ อันเป็นหลักฐานชั้นดีที่แสดงให้เห็นว่า ชาวญี่ปุ่นมองนักกีฬามวยปล้ำด้วยความแข็งแกร่ง ไม่ต่างจากกีฬาต่อสู้ชนิดอื่นเลย

ชายผู้รัก (การสู้กับ) หมี 

เมื่อได้ชื่อว่ามาจากเกม Street Fighter แล้ว ปูมหลังของแซนกีฟย่อมมีความเหนือมนุษย์ไม่น้อยกว่าตัวละครตัวอื่น ๆ  เขาเกิดและเติบโตในสหภาพโซเวียต หรือ ประเทศรัสเซียในปัจจุบัน ท่ามกลางขุนเขาและความเหน็บหนาวของหิมะ แซนกีฟมีร่างกายแข็งแกร่งกำยำผิดจากคนทั่วไป ด้วยส่วนสูงกว่า 214 เซนติเมตร และน้ำหนักราว 158 กิโลกรัม

หากไม่นับความรักในการดื่มวอดก้าเป็นชีวิตจิตใจ สิ่งหนึ่งที่แซนกีฟทุ่มเทแบบสุดตัวคงหนีไม่พ้น กีฬามวยปล้ำ ซึ่งถือเป็นทักษะการต่อสู้หลักของเขา โดยแซนกีฟผสมผสานรูปแบบมวยปล้ำของสหรัฐอเมริกาเข้ากับมวยปล้ำสไตล์รัสเซีย ส่งผลให้แซนกีฟ ไม่ได้มีจุดเด่นแค่ความแข็งแกร่งและพละกำลังแบบชาวยุโรปตะวันออก แต่ยังรวมถึงทักษะการจับทุ่มแบบชาวอเมริกัน

แซนกีฟชอบเดินทางหายไปยังดินแดนรกร้างอันห่างไกลในไซบีเรีย ก่อนเปิดฉากการต่อสู้กับบรรดาหมีสีน้ำตาลที่รอคอยการกลับมาของเขาเช่นกัน ด้วยเลือดนักสู้ที่ไหลเวียนอยู่ในตัว แซนกีฟไม่ชอบประลองฝีมือกับหมีที่ไร้ความสามารถ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของเขาจึงเต็มไปด้วยแผลเป็น เพราะแซนกีฟจะต่อสู้กับหมีที่แข็งแกร่ง จนเล่นงานเขาได้เท่านั้น

เห็นได้ชัดว่า แซนกีฟให้ความสำคัญกับการต่อสู้ด้วยพละกำลัง ความแข็งแกร่งของร่างกาย และทักษะการต่อสู้แบบประชิดตัว เขาจึงเกลียดการโจมตีระยะไกลแบบ ฮาโดเคน เป็นที่สุด นี่จึงเป็นจุดอ่อนสำคัญของนักมวยปล้ำชาวรัสเซียรายนี้ เมื่อบวกกับอารมณ์ที่ร้อนรุ่มตลอดเวลาของเขา ไม่ใช่เรื่องยากหากจะล้มนักสู้รายนี้ ถ้าคู่ต่อสู้ของแซนกีฟมีความฉลาดมากพอ

อย่างไรก็ดี แซนกีฟ ถือเป็นหนึ่งตัวละครฝ่ายธรรมะของเกม Street Fighter ยามไม่ได้ลงสนามต่อสู้ เขาถือเป็นคนนิสัยดีคนหนึ่ง แถมยังเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เจ้าของฉายา “เรดไซโคลน” จึงเป็นที่รักในหมู่เกมเมอร์ และปรากฏเป็นตัวละครหลักใน Street Fighter V ซึ่งเป็นภาคล่าสุดของเกมนี้

การผจญภัยของแซนกีฟ 

อันที่จริง แซนกีฟปรากฏตัวครั้งแรกบนซีรีส์ Street Fighter ในภาค Street Fighter II: The World Warrior (ภาค 2 ของซีรีส์เกมนี้) โดยเขาถือเป็นหนึ่งใน 6 นักสู้หน้าใหม่ที่เข้ามาท้าชิงความยิ่งใหญ่กับ ริว และ เคน แม้การปรากฏตัวครั้งแรกของเขาในทัวร์นาเมนต์ World Warrior จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่แซนกีฟหมายมั่นว่าจะกลับมาประกาศความยิ่งใหญ่ของประเทศรัสเซียอีกครั้ง เขาจึงหายลับกลับเข้าไปในป่าลึก และใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับการต่อสู้กับบรรดาหมีอีกครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นการฝึกปรือฝีมือของเขา 

หลังจากนั้นไม่นาน แซนกีฟถูกชักชวนจากโปรโมเตอร์สมาคมมวยปล้ำชื่อดัง ซึ่งมองเห็นศักยภาพของเขาจากจากทัวร์นาเมนต์ World Warrior ในตอนแรก แซนกีฟ กล่าวปฏิเสธ เนื่องจากเขาสนใจจะต่อสู้เพื่อเกียรติยศของบ้านเกิดเท่านั้น แต่หลังได้รับข้อเสนอถึงโอกาสในการขึ้นปล้ำต่อหน้าคนนับล้านผ่านการถ่ายทอดสด เจ้าของฉายา เรด ไซโคลน จึงก้าวสู่เวทีมวยปล้ำ และกลายเป็นขวัญใจแฟนกีฬาทั่วโลก

เรื่องราวของแซนกีฟถูกปรับปรุงใหม่ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในภาค Street Fighter Alpha 2 โดยแซนกีฟจะยังคงเป็นนักสู้ขวัญใจชาวรัสเซียเหมือนเดิม แต่คราวนี้ เขาได้รับข้อเสนอจากประธานาธิบดีแห่งสหภาพโซเวียต ให้ออกเดินทางไปท้าประลองกับยอดนักสู้ทั่วโลก เพื่อแลกกับแรงสนับสนุนจากรัฐบาล

แซนกีฟตกลงรับข้อเสนอนั้น เขาเริ่มเปิดฉากทัวร์ต่อสู้ด้วยการปะทะกับ เบอร์ดี้ อันธพาลขี้เมาจากสหราชอาณาจักร ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของยอดนักมวยปล้ำชาวรัสเซีย หลังจากนั้น โชคชะตาจึงนำพาแซนกีฟมาพบกับ เคน มาสเตอร์ ผู้ซึ่งดูถูกแซนกีฟว่าเป็น “เด็กติดแม่” คำพูดอันเหยียดหยามศักดิ์ศรีนำมาสู่การต่อสู้ของทั้งคู่ และจบลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของแซนกีฟ ก่อนที่เขาจะได้รับของรางวัลอันยิ่งใหญ่จากประธานาธิบดี คือ ส่งไปฝึกฝีมือที่ไซบีเรีย ด้วยการนั่งรถไฟราคาถูก และเงินติดตัวอีกน้อยนิด (รางวัลอะไรกันเนี่ยยยย!) 

แซนกีฟกลับมาอีกครั้งในภาค Street Fighter Alpha 3 โดยมีเนื้อเรื่องต่อจากภาคก่อน เพราะเขายังเป็นนักสู้ในคาถาของท่านประธานาธิบดีเหมือนเดิม แต่คราวนี้ แซนกีฟถูกส่งไปทำภารกิจต่อสู้กับ ชาโดลู องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่เป็นบ่อนทำลายรัสเซีย เขาต่อสู้กับวายร้ายหลายราย และผูกมิตรกับสองนักสู้จากญี่ปุ่น เอ็ดมอนด์ ฮอนดะ และ เรนโบว์ มิกะ

น่าเสียดายที่ภารกิจทำลายอุปกรณ์ Psycho Drive ของแซนกีฟล้มเหลว เนื่องจากพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับบลังก้า ก่อนเส้นเรื่องในการทำลาย Psycho Drive ของแซนกีฟ จะแบ่งออกเป็นสองเส้น โดยเส้นเรื่องหนึ่งกล่าวว่าเขาทำลายอุปกรณ์นี้ลงได้จากการร่วมมือกับฮอนดะ ส่วนอีกเส้นเรื่องกล่าวว่า Psycho Drive ถูกทำลายโดยแซนกีฟและมิกะ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร Psycho Drive ถูกทำลาย และแซนกีฟกลับไปใช้ชีวิตที่รัสเซียอย่างมีความสุข

ภายหลังมีการเปิดเผยว่า เนื้อเรื่องของแซนกีฟเรียงลำดับจากภาค Street Fighter Alpha 2 ไปยัง Street Fighter II เพราะแซนกีฟยังคงเป็นนักมวยปล้ำอาชีพใน Street Fighter III ก่อนจะกลับมาสู่เวทีต่อสู้อีกครั้งในเกม Street Fighter IV หลังโดนดูถูกโดยแฟนศิลปะการต่อสู้รุ่นใหม่ที่มองว่า แซนกีฟ หมดน้ำยาแล้ว

แซนกีฟไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนักในภาคนี้ แต่หลังจากปราบ “เซธ” ตัวร้ายของภาคได้สำเร็จ เขาถ่ายรูปภาพตัวเองใส่ท่าเฮดล็อควายร้ายนี้เอาไว้ และกลายเป็นที่ยอมรับของแฟนกีฬามวยปล้ำรุ่นใหม่ทั่วโลก เขาจึงเดินหน้าทำอาชีพที่ตนเองรักต่อไป จนกระทั่งมาถึงเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นในเกม Street Fighter V

ในเกมภาคนี้ แซนกีฟรับบทเป็นอาจารย์ของมิกะ ที่ต้องการเดินตามรอยเขาในฐานะนักมวยปล้ำ ทั้งคู่เดินทางไปประเทศจีน ก่อนได้พบกับ ราชิด นักสู้หน้าใหม่จากตะวันออกกลาง แซนกีฟกล่าวถึงความหมายของ “จิตวิญาณแห่งกล้ามเนื้อ” และสาธิตการต่อสู้อันเป็นตำนานให้นักสู้รุ่นหลังได้ชม

หลังจากแมตช์ประลองระหว่าง มิกะ และ ราชิด ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายแรก แซนกีฟเดินทางกลับสู่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่คราวนี้เขาไม่ใช่นักมวยปล้ำฉายเดี่ยวอีกแล้ว แซนกีฟขึ้นสังเวียนในฐานะนักมวยปล้ำแท็กทีมร่วมกับมิกะ และยังคงเป็นเช่นนั้น ตราบจนทุกวันนี้ 

นั่น คือ เรื่องราวผจญภัยของแซนกีฟในโลกของเกม… แต่แรงบันดาลใจสู่ตัวละครแซนกีฟ เป็นใครกันแน่ ? 

แซนกีฟตัวจริงเป็นใคร ? 

สำหรับนักมวยปล้ำที่เป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างตัวละครแซนกีฟ คงหนีไม่พ้น นักมวยปล้ำชาวรัสเซียที่เคยสร้างชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นอย่าง วิคเตอร์ แซนกีฟ อดีตนักมวยปล้ำชาวรัสเซียที่เดินทางมาฝึกฝนกีฬามวยปล้ำอาชีพกับสมาคม New Japan Pro-Wrestling ในปี 1989 โดยผลงานสำคัญของเขา คือการร่วมแข่งขันทัวร์นาเมนต์ประวัติศาสตร์ เพื่อค้นหาแชมป์เฮฟวีเวท IWGP คนแรก

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า วิคเตอร์ แซนกีฟ เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครแซนกีฟมากแค่ไหน เพราะผู้สร้างเกม Street Fighter ไม่ได้เพียงใช้ชื่อนักมวยปล้ำชาวรัสเซียเป็นชื่อตัวละครในเกมเท่านั้น แต่เอกลักษณ์สำคัญของวิคเตอร์ แซนกีฟ คือหนวดที่ช่วยเพิ่มความดุดันบนใบหน้า และทรงผมสั้นสีดำ ได้ถูกปรับแต่งและมีอิทธิพลกับแซนกีฟในเกมด้วยเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า วิคเตอร์ แซนกีฟ อาจไม่ใช่นักมวยปล้ำชาวรัสเซียเพียงรายเดียวที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครแซนกีฟ เพราะนักมวยปล้ำชาวรัสเซียที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 80s ถึง 90s คือ ซาลแมน ฮาชิมิคอฟ นักมวยปล้ำอดีตแชมป์เฮฟวีเวท IWGP หนึ่งสมัย ผู้มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ เนื่องจากมีส่วนสูงไม่ถึง 180 เซนติเมตร แต่สามารถจับทุ่มนักมวยปล้ำน้ำหนักเกิน 300 ปอนด์ได้แบบสบาย ๆ

ซาลแมน ฮาชิมิคอฟ มีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงเวลานั้น เนื่องจากเนื้อเรื่องของเขากับ Big Van Vader นักมวยปล้ำจากสหรัฐอเมริกา ถูกสร้างเป็นสงครามระหว่างสองนักสู้ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ (ชาวญี่ปุ่นในเวลานั้น เชื่อว่านักมวยปล้ำต่างชาติแข็งแกร่งเหนือมนุษย์จริง ๆ) ฮาชิมิคอฟจึงกลายเป็นหนึ่งซูเปอร์สตาร์ของวงการปุโรเรสึ จากการต่อสู้บนเวทีมวยปล้ำที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวญี่ปุ่นได้เสมอ โดยแมตช์ที่เขาคว้าแชมป์ IWGP มาครองนั้น มีผู้ชมมากกว่า 12,000 คนเลยทีเดียว

จุดสูงสุดของซาลแมน ฮาชิมิคอฟ คือ การปล้ำในศึก NJPW Super Fight In Tokyo Dome ต่อหน้าผู้ชมมากกว่า 6 หมื่นคนในโตเกียวโดม เมื่อปี 1990 โดยในวันนั้น เขาพ่ายแพ้ให้กับ “ดร.เดธ” สตีฟ วิลเลียมส์ ซึ่งหลายคนสันนิษฐานว่า นักมวยปล้ำรายหลัง มีส่วนในการสร้างตัวละครแซนกีฟด้วยเหมือนกัน

แมตช์ระหว่าง ฮาชิมิคอฟ กับ วิลเลียมส์ จึงอาจเป็นการต่อสู้ที่ผู้สร้างเกม Street Fighter ประทับใจ จนนำมาใช้เป็นคอนเซปต์ของแซนกีฟ ซึ่งฉายา “เรดบูล” ของฮาชิมิคอฟ ถือเป็นแรงบันดาลใจฉายา “เรดไซโคลน” ของแซนกีฟด้วยเช่นกัน 

นอกจากนี้ ความภาคภูมิใจในบ้านเกิดที่แซนกีฟพยายามนำเสนอในเกม Street Fighter ยังมาจากมุมมองของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อนักมวยปล้ำต่างชาติ หรือ “ไกจิน” ในเวลานั้น โดยถูกนำเสนอในฐานะยอดนักสู้จากรัสเซียซึ่งเดินทางมายังญี่ปุ่น เพื่อท้าสู้กับนักมวยปล้ำชาวเอเชีย รวมถึงนักมวยปล้ำรายอื่นจากโลกตะวันตก เวทีมวยปล้ำในญี่ปุ่นช่วงเวลานั้น จึงมีบรรยากาศไม่ต่างจากเกม Street Fighter เลย

ตัวละคร แซนกีฟ ในเกม Street Fighter จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงมุมมองของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อวงการมวยปล้ำ และความน่าตื่นเต้นของกีฬาต่อสู้ประเภทนี้ในช่วงเวลานั้น แน่นอนว่า กีฬามวยปล้ำเมื่อ 30-40 ปีก่อน มีการกำหนดผลล่วงหน้าไม่ต่างจากปัจจุบัน แต่ความสนุกสนานจากการชมสุดยอดนักสู้ร่างยักษ์บนสังเวียนมวยปล้ำ ไม่สามารถเลือนหายไปจากใจชาวญี่ปุ่นได้เลย

แหล่งอ้างอิง
https://streetfighter.fandom.com/wiki/Zangief#Street_Fighter_II
https://www.cagematch.net/?id=2&nr=4986&name=Victor+Zangiev
https://www.cagematch.net/?id=2&nr=4589&name=Salman+Hashimikov 
About Author
บทความโดย
len.game