อาจเป็นข้อสรุปที่ตึ้นเขิน หากจะบอกว่าคนเรามักมีเส้นทางชีวิตที่คล้ายคลึงกับผู้เป็นพ่อแม่ แต่ ‘วัยเด็ก’ ที่ได้รับจากพ่อแม่ต่างหาก ที่อาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของใครสักคน’คีน’ ธีเดช ทรงสายสกุล มีคุณพ่อที่รักในกีฬาฟุตบอลอย่าง ชุมพตน์ ทรงสายสกุล นักพากย์ฟุตบอลและคอลัมนิสต์ชื่อดัง เป็นผู้มอบวัยเด็กที่อาจจะไม่เหมือนใครให้ และนั่นคือหัวเชื้อสำคัญที่ส่งให้เขาเติบโตมาเป็นโปรเพลเยอร์เกมฟุตบอลระดับโลก อยู่กับสังกัดอีสปอร์ตระดับโลกอย่าง FaZe Clan ในปัจจุบันเด็กชายคีนอาจจะรู้จักฟุตบอลจากงานของพ่อ แต่พอที่บ้านไม่ยอมต่ออินเตอร์เน็ตให้ มันก็กลายเป็นเรื่องสนุกไม่กี่เรื่องที่เขาเข้าถึง ทั้งการเตะฟุตบอล ดูฟุตบอล และเล่นเกมฟุตบอลกับพ่อ – จนซึมซับไปในที่สุด…

“ตอนเด็ก ๆ ทางบ้านจะไม่ให้ติดอินเตอร์เน็ตครับ จะให้เรียนหรือหากิจกรรมทำมากกว่า” คีนเล่าถึงช่วงเวลาในวัยเด็ก “พ่อผมชอบเล่นฟุตบอลอยู่แล้ว เลยพาไปเรียนฟุตบอล ตั้งแต่อายุประมาณ 5-6 ขวบ พอลองแล้วก็ชอบมาตั้งแต่นั้น”

ส่งลูกไปเรียนฟุตบอลอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก (และคีนก็ทำได้ดีจนเป็นนักกีฬาโรงเรียนเสียด้วย) แต่สิ่งที่คุณพ่อชุมพตน์ต่างจากบ้านอื่น คือส่งจอยเพลย์สเตชั่นให้ลูก แล้วเปิดเกมฟุตบอลดวลกันเสียเลย

“เริ่มเล่นเกมฟุตบอลกับพ่อตั้งแต่เด็ก ๆ เลยครับ ตั้งแต่ 5-6 ขวบเลย เป็นเกมโปรดของคุณพ่อบนเครื่องเพลย์สเตชั่น 1 ตอนนั้นพ่อสอนเล่น ตอนเล่นด้วยกันพ่อก็ให้จับจอย เล่นเลย บางทีก็ปล่อยให้ยิง(หัวเราะ)
แล้วพ่อก็ชอบเล่นเกมฟุตบอลเป็นหลัก เลยได้เล่นเกมฟุตบอลมากกว่าเกมอื่น ๆ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมชอบเกมฟุตบอลด้วย” คีนเล่าถึงบรรยากาศหน้าทีวีที่มีเครื่องเล่นเกมสีเทากับพ่อของเขาอยู่ข้าง ๆ – นับว่าเป็นคู่ซ้อมที่แบกอายุพอสมควร ยังไม่นับถึงความเป็นสื่อสารมวลชนทางฟุตบอล ที่ไอเดียการเล่นน่าจะเป็นระบบกว่าคนทั่วไประดับหนึ่ง…

เด็กชายคีนที่ถูกปลูกฝังเรื่องฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียน ก็ถูกดึงตัวไปเล่นให้กับโรงเรียนโดยธรรมชาติ ชีวิตลูกหนังวัยเรียนของเขาจึงมีตั้งแต่ฉากถอดรองเท้าหวดกับเพื่อน ๆ ไปจนถึงใส่สตั๊ดสวมชุดแข่งเป็นตัวแทนโรงเรียน

“เคยเตะบอลเท้าเปล่าเหมือนกันครับ” หนุ่มน้อยเล่าถึงช่วงวัยใส่ขาสั้นไปโรงเรียน “ที่ว่าเวลาถอดรองเท้าแล้วจะเหมือนกับเรา ‘เอาจริง’ ตอนนั้นผมก็เชื่อนะ ปกติผมใส่รองเท้าเล่นฟุตบอลอยู่แล้ว พอเห็นเพื่อนถอดกันหมด ผมก็ถอดด้วย พอมาคิดดี ๆ มันไม่น่าจะวิ่งเร็วกว่าใส่รองเท้านะ(หัวเราะ) คือบางทีมันก็ถอดเพราะจะต้องเอารองเท้าไปตั้งเป็นโกลด้วย”

“รองเท้าฟุตบอลคู่แรกของผมที่พ่อซื้อให้ เป็น adidas Predator สีแดง-ดำ เหมือนที่เดวิด เบ็คแฮม เคยใส่ เอกลักษณ์ของรุ่นนี้คือจะมีลิ้นรองเท้ายาวออกมาด้านนอก ตอนออกใหม่ ๆ คือเท่มากครับ พอผมโตขึ้นน้องชายก็รับช่วงไปใส่ต่อ” คีนเล่าอย่างมีรอยยิ้มในแววตา – ถ้าคุณเป็นแฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทันช่วงเวลาที่ ‘เบ็คส์’ เปิดตัวเป็น Ambassador ของรองเท้ารุ่นนี้ มันจะเป็นความทรงจำที่แสนหวานอย่างแน่นอน

“ทีมโปรดของผมคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วนนักเตะชุดปัจจุบันที่ชอบ คือ พอล ป็อกบา ครับ ผลงานทีมรักฤดูกาลนี้ ตอนแรกก็ลุ้นแชมป์ แต่ทำไปทำมา ตอนนี้ลุ้น TOP 4 ก็โอเคแล้วครับ ให้ได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีกก่อน(หัวเราะ)”

“สมัยผมเป็นนักบอลโรงเรียน จะเป็นฟุตบอล 7 คนเสียมากกว่า ไม่ก็ฟุตซอล 5 คน ถ้าเล่นฟุตซอลจะเป็นกองหลัง ถ้าเล่นบอล 7 คนจะเป็นกองกลาง ตำแหน่งที่ชอบจริง ๆ คือกองกลาง เหมือนป็อกบาครับ เน้นเป็นตัวจ่ายให้เพื่อนทำประตูมากกว่า”

“สมัยติดทีมโรงเรียน วันไหนที่มีซ้อมบอล กว่าจะถึงบ้านก็ราว ๆ 2 ทุ่ม เพราะบ้านกับโรงเรียนอยู่ไกลกันด้วย แล้วต่อมาพอเริ่มเรียนหนักขึ้น เลยคิดว่าถ้าจะมาทางสายฟุตบอลจริง ๆ น่าจะไม่ไหว คงไปไม่สุดทาง ก็เลยเลือกหยุดดีกว่า แล้วหันมาเอาจริงกับการเป็นโปรเพลเยอร์แทน” คีนบอกกับเราถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฟุตบอลจริงกลายมาเป็นงานอดิเรก ส่วนฟุตบอลในเกมกลายมาเป็นอาชีพ “แต่ก็ยังไม่ได้ทิ้งการเล่นฟุตบอลจริง ๆ ไปเลยนะครับ ยังมีนัดเตะสนุก ๆ กับเพื่อน ๆ อยู่บ้าง”

ในบางมุม เรื่องราวชีวิตโปรเพลเยอร์ของคีน ก็คล้ายการ์ตูนกีฬาหลายเรื่อง ที่พระเอกมีคู่ซ้อมเป็นพ่อตัวเองตั้งแต่เด็ก ๆ พอออกมาเล่นกับคนอื่นบ้าง ถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองน่ะเก่งเอาเรื่องแล้ว

“จุดเริ่มต้นของการเป็นโปรเพลเยอร์ ก็คือการเล่นออนไลน์แบบ ranking(จัดอันดับ)นี่ล่ะครับ พอลงแรงค์แล้วทำคะแนนได้ดี ติดอันดับท็อป ๆ ของประเทศ ก็เกิดความมั่นใจ” คีนเล่าถึงฉากสำคัญเมื่อตัวเองออกสู่โลกกว้าง(เท่ากับที่บ้านต่ออินเตอร์เน็ตให้แล้วนะ)

“ต่อมามันมีรายการแข่งขันสำหรับมือสมัครเล่น ห้ามโปรฯ ลง ผมก็ลองไปแข่งดู แล้วได้แชมป์รายการนั้นเลยครับ งงเหมือนกัน ได้เงินรางวัล 10,000 บาท ถือว่าเป็นแชมป์รายการแรกในชีวิตเลยครับ” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่เขายังเป็นเด็กชายธีเดชอยู่เลย การ์ตูนขนาดไหนลองคิดดู…

หลังจากนั้นไม่มีอะไรหยุด TDKeane อยู่ เขากลายเป็นโปรเพลเยอร์อาชีพในวัยเพียง 16 ปี ได้เป็นตัวแทนประเทศไปแข่งขันในระดับนานาชาติ เข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้รับทุนการศึกษาสำหรับนักกีฬาอีสปอร์ต ไปไกลถึงการคว้าแชมป์โลกในปี 2019 ได้เข้าเป็นสมาชิกของสังกัดอีสปอร์ตระดับโลกอย่าง FaZe Clan ปัจจุบันเขาอยู่ในอันดับ 4 ร่วม ของตารางผู้เล่นทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลกในเกมนี้ จากการจัดอันดับของ esportsearnings

“ความยากในการเป็นโปรเพลเยอร์ สำหรับผมน่าจะเป็นเรื่องการปรับตัว จัดการกับอารมณ์ของตัวเองหลังจากแข่งแพ้ โดยเฉพาะช่วงแรก ๆ ที่ลงแข่งแล้วแพ้ จะไม่อยากทำอะไรเลย รู้สึกเบื่อเกม ไม่อยากแข่งแล้ว” คีนเล่าให้เราฟังถึงความแตกต่างจากการเล่นเกมเพื่อความสนุกเฉย ๆ “จะรู้สึกไม่อยากแข่งแล้ว ทั้งที่ถ้ามองจากสายตาคนอื่น เราอาจจะทำได้ดีแล้วล่ะ แต่มันยังไม่ดีพอสำหรับตัวเอง”

“ก็ต้องปรับอารมณ์ตัวเองใหม่ ฮึดหน่อย เรียกกำลังใจให้ตัวเองหน่อย เพื่อจะได้มีสมาธิแข่งในรอบต่อ ๆ ไป”

แม้วันนี้ การลงแข่งขันเกมฟุตบอลในชื่อ TDKeane จะจริงจังจนเป็นหน้าที่การงาน แต่อย่างที่เจ้าตัวบอก การลงหวดลูกหนังของจริงกับเพื่อน ๆ นั้นกลายมาเป็นกิจกรรมผ่อนคลายของคีนไปแทน โทษฐานที่เราแอบเห็นรูปถ่ายของเขาที่สนามฟุตบอลกับเพื่อน ๆ โดยใส่ adidas Predator อยู่(คนรัก Predator ตัวจริง) เราจึงหยิบ adidas Predator Freak หนึ่งในสามสมาชิกของ Numbersup Pack รองเท้าสามรุ่นที่จะมีให้ใส่เล่นจริง และมีในเกม FIFA 22 ด้วย มาฝากเจ้าคีนหนึ่งคู่ – ใส่แล้วเท่ไม่แพ้ป็อกบาทีเดียว

“น้ำหนักเบาครับ สัมผัสนุ่มนวลดี” คีนลองแล้วเล่า “พอใส่แล้วเตะบอลจริง ๆ ก็รู้สึกแตกต่างมากครับ มันกระชับ บังคับทิศทางได้อย่างใจ”

“มีให้เล่นใน FIFA 22 ด้วยใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมจับป็อกบาใส่สีนี้เลย อินแน่นอน”

เปิดมาอย่างนี้จึงได้ความว่าหนุ่มคีนเริ่มลุย FIFA 22 ไปแล้ว เราจึงชวนคุยต่ออีกนิด

“เล่นไปบ้างแล้วครับ จับไปนิดหน่อย”

“ผมว่ารูปแบบการเล่นมันดูช้าลงครับ สมจริงขึ้น บังคับลำบากขึ้นนิดหน่อย ต้องเล่นบ่อย ๆ ถึงจะคุ้น”

“โกลก็เก่งขึ้นมากครับภาคนี้ แต่ไม่เป็นไร ยิงได้อยู่” มีขิงซะด้วย!…

พูดคุยกับเรา(และถ่ายรูปเท่ ๆ)เรียบร้อยสักพัก คีนก็ขอตัวกลับ โดยมีคุณพ่อขับรถมารับถึงสถานที่นัดหมาย จากนี้ไม่นาน เขาจะต้องเตรียมตัวลงแข่งขันในระดับนานาชาติ(คีนเล่าว่า การเล่นเพื่อรักษาความ ‘คุ้นมือ’ กับเตรียมตัวลงแข่งขัน ความเข้มข้นนั้นต่างกันมาก) เดาได้ยากว่ารองเท้าคู่ใหม่ที่ได้ไปวันนี้ จะได้ใส่เล่นกับเพื่อนจริง ๆ เมื่อไหร่ แต่นั่นคือเส้นทางที่เขาเลือกเอง เป็นเส้นทางที่เขาขัดเกลาเตรียมพร้อมตัวเองมาอย่างดี ตั้งแต่จับจอยดวลกับพ่อตอนห้าขวบ จนวันนี้ที่ต้องฟาดฟันกับโปรเพลเยอร์ชั้นยอดจากทั่วโลก

ก็คงเหมือนในการ์ตูนกีฬาสักเรื่อง ที่อะไรก็เป็นไปได้ และตัวเอกของเรื่องนั้น เก่งพอจะรับมือทุกความท้าทายเสมอ

About Author
บทความโดย
ไข่วิน เดอ บรอยน์