DOTA 101 : วิชาดอทเอ↔โดต้าศาสตร์เบื้องต้น


DOTA 2 คือเกม MOBA ยอดนิยมที่แทบไม่มีแฟน ๆ อีสปอร์ตคนไหนไม่รู้จัก ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นสาย FPS ที่เล่นแต่ CS:GO หรือ VALORANT อย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยินชื่อเกมตีป้อมจาก Valve ตัวนี้บ้าง ไม่ว่าจากคนรอบข้าง หรือการแข่งขันประจำปีที่มีเงินรางวัลหลักร้อยล้านบาท 

ซึ่งจากกระแส The International หรือ TI10 ที่เพิ่งจบลงไป อาจจะทำให้มีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นไม่น้อย วันนี้เราจะพาแฟนเกมป้ายแดง ที่อยากลองมาสัมผัสความสนุก หรือเพิ่มอรรถรสระหว่างรับชมการแข่งขัน DOTA 2 ให้มากขึ้น รวมทั้งไขข้อข้องใจว่า ทำไมเกมชวนหัวร้อนนี้ถึงมีคนนิยมเล่นทั่วโลก และมีทัวร์นาเมนต์ที่พร้อมพลิกชีวิตนักกีฬาอีสปอร์ตให้กลายเป็นมหาเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืน 

จุดเริ่มต้นแห่ง DOTA 

บุคคลผู้ให้กำเนิด ‘DotA’ (โดต้า หรือ ดอทเอ แล้วแต่ประสงค์จะเรียก) คือ นักม็อดนามว่า Eul ที่เคยฝากผลงาน Custom Map ชื่อ ‘Aeon of Strife’ ในเกม Starcraft II เมื่อปี 1998 ซึ่งเป็นแผนที่แบ่งทีม 4 คน vs AI ป้องกันฐานหลัก จากฝูงครีปที่บุกมา 3 เลน โดยผู้เล่นต้องพยายามลาสต์ครีป เพื่อเก็บเงินอัปเกรดตัวเอง เพื่อสู้กับครีปเวฟต่อ ๆ ไป 

ถัดมาในปี 2003 ช่วงเวลาที่ Warcraft III เกม RTS ของ Blizzard กำลังโด่งดังสุดขีด ทีมงานได้แทรกฟีเจอร์ World Editor ให้นักม็อดนำไปดัดแปลงเล่นกันแบบฟรี ๆ Eul จึงนำแผนที่ AoS เดิมของเขามาพัฒนาต่อในชื่อว่า Defense of the Ancients (DotA) แต่เปลี่ยนจากผู้เล่น vs AI มาเป็น ผู้เล่น vs ผู้เล่น ทีมละ 5 คน แต่เมื่อเข้าสู่ภาคเสริม The Frozen Throne Eul ก็หายไป (ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2009 พร้อมเปิดตัวเกมใหม่ชื่อว่า League of Legends)

หลังจากนั้นก็มีผู้ชื่นชอบแผนที่นี้ นำมาปล่อยต่อบนอินเทอร์เน็ต และมีหลากหลายคนดัดแปลงฮีโร่ และขยายจักรวาลไปเรื่อย ๆ 

จนกระทั่งปี 2004 Ragn0r ได้รวบรวมฮีโร่จากจักรวาลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และตั้งชื่อมันว่า “DotA: All Stars” ก่อนส่งโปรเจกต์ต่อให้ Gunisoo และก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยการเล่นออนไลน์ผ่าน Battle.net 

ต่อมาปี 2005 IceFrog เข้ามารับช่วงต่อ และทำให้ DotA โด่งดังมากขึ้นแบบทวีคูณ มีการจัดทัวร์นาเมนต์ต่าง ๆ มากมาย อัปเดตฮีโร่-ไอเท็ม ปรับสมดุล และเปลี่ยนเมต้าเกมอย่างต่อเนื่อง จนเขาได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่ง DotA” 

ในเวลาต่อมา IceFrog ก็แท็คทีมกับ Valve เปิดตัว DOTA 2 แม้จะตามหลังเกมรุ่นพี่ที่มีต้นกำเนิดจาก DOTA เหมือนกันอย่าง League of Legends (2009) และ Heroes of Newerth (2010) แต่พวกเขาก็ค่อย ๆ พัฒนา และอัปเดตอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเกมที่มีเงินรางวัลการแข่งขันสูงที่สุดในโลก 

คลิกขวาอย่างเดียวมันไม่พอ

จริงอยู่ที่วิธีการเล่น DOTA 2 คล้ายกับเกม MOBA ส่วนใหญ่ในตลาด คือจัดทีม 5 คนลงไปบวกกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายฐานหลักฝ่ายตรงข้ามให้ได้ แต่รู้แค่นั้นยังไม่พอที่จะพาทีมก้าวไปสู้ชัยชนะ 

ก่อนเริ่มเกม ผู้เล่นจะต้องทำความเข้าใจฮีโร่, ไอเท็ม และตำแหน่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ เมื่อลงสู่สนามจริง ต้องเข้าใจจังหวะของเกม ตอนไหนควรรุก ตอนไหนควรรับ และพลิกแพลงไอเท็มตามสถานการณ์ 

ยกตัวอย่าง เกมที่ 1 เมื่อคุณเจอฮีโร่ฝ่ายตรงข้ามมีแต่ตัวสกิลแรง ๆ มี CC เยอะ การออก Black King Bar จะเป็นการแก้ทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะที่เกมที่ 2 คุณเจอแต่ฮีโร่ที่เน้นการโจมตีธรรมดา การเลือกไปออก Blademail ก็จะมีประโยชน์มากกว่า 

ตำแหน่งทั้ง 5

1 Carry  – ฟาร์มให้ไว, อย่าบ้าคิลล์ ห้ามตาย ผู้ที่เล่นตำแหน่งนี้ต้องท่องไว้ในใจเสมอ ช่วงต้นเกม เล่นแบบใจเย็นและเพลย์เซฟเข้าไว้จะดีที่สุด เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเกม หรือเลทเกม มีไอเท็มเพียงพอ นั่นคือช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่จะทำให้คุณเฉิดฉาย และกลายเป็นพระเอกของเกม 

อย่างไรก็ตาม การบุกเดี่ยวไปในวงศัตรู ก็ไม่ใช่เรื่องควรทำ เพราะต้องไม่ลืมว่า Carry มักจะเป็นตำแหน่งที่เงินมากที่สุดในทีม หากพลาดท่าตาย อีกฝ่ายก็จะได้เงินไม่ใช่น้อย ๆ  

2 Midlane – เลนกลางส่วนใหญ่ ผู้เล่นจะเจอศัตรูแบบ 1 vs 1 (ยกเว้นจะเจอแผน Dual Mid เช่น Tiny + IO) หน้าที่หลักคือทำยังไงก็ได้ไม่ให้แพ้เลน และห้ามตาย ความยากของตำแหน่งนี้นอกจากจะต้องพยายามลาสต์และดีไนน์ครีปให้มากกว่าฝ่ายตรงข้ามแล้ว ต้องพยายามสังเกตแผนที่ให้ดีด้วย เพราะหากยืนลึกเกินไป ก็พร้อมจะเปิดช่องให้ศัตรูอ้อมมาแกงค์ทุกเมื่อ 

ผู้เล่นในตำแหน่งนี้เปรียบเหมือนเพลย์เมกเกอร์ ที่ต้องมีเข้าใจเกมอย่างสูง ว่าจังหวะไหนควรดันเลน จังหวะไหนควรไปทำเกมช่วยเพื่อน หรือจังหวะไหนควรทิ้งเลน หนีเข้าป่าฟาร์มซ่อม

3 Offlane – ผู้เล่นตำแหน่งเลนไกล คือผู้ที่ต้องคอยรับมือรับเท้าเพื่อทีม ในบางแพทช์ เมต้าของเขาต้องยืนอย่างโดดเดี่ยว 1 vs 3 หรือบางแพทช์ โชคดีหน่อยก็จะจัดเลนแบบ 2 vs 2 

หน้าที่หลักของตำแหน่งนี้คือการเปิดไฟท์เพื่อทีม ยืนชนให้ Carry ได้โจมตีอย่างปลอดภัย หรือในบางแผน ผู้เล่นตำแหน่งนี้อาจทำหน้าที่อย่างการแอบเนียนตีป้อม, เล่นฮีโร่พริ้ว ๆ คอยป่วนศัตรู หรือฟาร์มเป็น Semi-Carry ก็ได้ 

4 Semi-Support – ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่คล้ายตำแหน่ง 5 แต่คุณจะพอมีเงินไปออกไอเท็มบ้าง หรือคอยช่วยซื้อวอร์ด หรือ Smoke of Deceit เวลาจำเป็น 

ในบางแพทช์ เมต้าของผู้เล่นตำแหน่งนี้จะเล่นฮีโร่ที่ฟาร์มป่า และคอยคุมครีปออกมาป่วนเลน, บางแพทช์ก็จะเล่นเป็นตัวโรมมิ่งที่คอยเดินช่วยเหลือตามเลนต่าง ๆ หรือยืนคุ้มกันให้ Offlane เล่นง่ายขึ้นก็ได้ 

5 Hard-Support – ช่วงต้นเกมต้องปกป้อง Carry เท่าชีวิต และอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด ทั้งการคอยซ้อน, ปักวอร์ด, ป่วนฝ่ายตรงข้าม, สแตคครีปป่า หรือวาร์ปช่วยเลนอื่นที่กำลังเสียเปรียบ 

ผู้เล่นในตำแหน่งนี้มักจะมีเงินและไอเท็มไม่มากนัก แต่ก็เป็นตำแหน่งสำคัญที่ตัดสินแพ้ชนะของทีมได้เช่นกัน คิดตามสมการง่าย ๆ ว่า หาก Support เล่นดี จะทำให้ Carry ฟาร์มสบาย และมีไอเท็มก่อนอีกฝ่าย ซึ่งสร้างความได้เปรียบอย่างมาก 

ฮีโร่มือใหม่

• Wraith King – ฮีโร่สาย STR ที่เล่นง่ายไม่ซับซ้อน ดาเมจแรง เป็นแคร์รีหรือตัวแทงก์ก็ได้ ด้วยสกิล Wraithfire Blast โยนลูกไฟสตันต์ศัตรูและติดสโลว์, Vampiric Spirit โจมตีแล้วดูดเลือด พร้อมเรียกโครงกระดูกขึ้นมาช่วยสู้, Mortal Strike เพิ่มความเสียหายจากคริติคอล และอัลติเมต Reincarnation ที่ตายแล้ว สามารถลุกขึ้นมาสู้ได้อีกครั้งหนึ่ง มีข้อเสียเล็กน้อยตรงที่เลเวลแรก ๆ ต้องคำนวณมานาให้เพียงพอ ถึงจะใช้อัลติเมตได้

•  Dragon Knight – ฮีโร่สาย STR ที่เล่นได้ทั้งเลนกลางและออฟเลน ด้วยสกิลที่ทำให้ยืนเลนสบาย ทั้ง Breathe Fire พ่นไฟเคลียร์ครีป, Dragon Tail ใช้สตันต์ศัตรูระยะประชิด, Dragon Blood ที่เพิ่มทั้งเกราะและอัตราฟื้นฟูพลังชีวิต จนแทบไม่ต้องออกของฮีลมากนัก แถมอัลติเมต Elder Dragon Form ที่แปลงร่างเป็นมังกร มีประโยชน์ทั้งตอนดันป้อมและทีมไฟต์ 

• Viper – ฮีโร่สาย AGI กึ่งดาเมจ กึ่งแทงค์ ยืนเป็นเลนกลาง หรือจะฟาร์มเป็นแคร์รีก็พอไหว ด้วยสกิลสุดป่วน ที่มีประโยชน์ทั้งตอนยืนเลน หรือไล่ฆ่า 1 vs 1 ก็ไม่หวั่น เริ่มด้วย Poison Attack ที่กดใช้แล้วยิงพิษใส่ศัตรู ลดเลือดเป็นวินาทีและสโลว์, Nethertoxin ยิงพิษลงพื้น ทำดาเมจแบบ AOE, Corrosive Skin เมื่อโดนโจมตี ศัตรูจะตีช้าลงและโดนดาเมจพิษ, อัลติเมต Viper Strike สำหรับไล่ฆ่าฮีโร่โดยเฉพาะ เพราะทำดาเมจแบบวินาทีสุดแรง พร้อมทั้งสโลว์การเคลื่อนที่ และโจมตีชนิดที่หากของไม่พอ ก็สวนไม่ทันแน่นอน  

• Orge Magi – ซัพพอร์ตสาย INT ตีใกล้ ที่ทั้งถึกและป่วนเอาเรื่อง ทั้งสกิล Fireblast สตันต์ศัตรู, Ignite เผาเลือดและสโลว์ และ Bloodlust ที่บัฟฟ์ความเร็วการเคลื่อนที่และความเร็วการโจมตีให้กับตัวเองและเพื่อนร่วมทีม ทีเด็ดคืออัลติเมต Multicast ที่สุ่มผลของสกิลและไอเท็มสูงสุดถึง 4 เท่า นอกจากนี้หากออก Shard ก็จะมีสกิล Fire Shield ที่สร้างโล่ดูดซับดาเมจ และยิงลูกไฟใส่ศัตรูด้วย 

• Lion – ซัพพอร์ตสาย INT ที่มีสกิลครบเครื่องทั้ง CC และดาเมจสุดแรง ประกอบด้วย Earth Spike สตันต์พื้นใส่ศัตรูด้านหน้า, Hex เสกศัตรูเป็นกบ, Mana Drain ดูดมานาฝ่ายตรงข้าม ซึ่งใช้ป่วนได้ดีมาก ๆ ในช่วงเลนเฟส และอัลติเมตสุดแรง Finger of Death กดยิงทีฮีโร่เลือดน้อยมีสะดุ้ง ซึ่งเมื่อออก Aghanim’s Scepter จะทำให้กลายเป็น AOE หากศัตรูยืนติดกัน กดอัลติฯ ครั้งหนึ่งมีสิทธิ์กลับบ่อยกตี้เลยทีเดียว 

ศึกษารายละเอียดฮีโร่ทั้งหมดที่นี่: https://www.dota2.com/heroes   

ไอเท็มสำคัญที่ควรออกตั้งแต่ต้นเกม

  • Tango – Active: กดใส่ต้นไม้เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต +7 ในเวลา 16 วินาที 
  • Healing Salve – Active: เพิ่มเลือด 50 หน่วย ในเวลา 10 วินาที 
  • Clarity – Active: เพิ่มมานา 6 หน่วย ใน 25 วินาที
  • Infused Raindrops – Passive: + 0.8 อัตราการฟื้นฟูมานา / กันดาเมจเวทย์ 120 หน่วย หากโดนดาเมจ 75 หน่วยขึ้นไป (ไอเท็มตามสถานการณ์)
  • Bottle – Active: มี 3 ชาร์จ กด 1 ชาร์จ เพิ่มเลือด110 หน่วย มานา 60 หน่วย ใน 2.7 วินาที และใช้เก็บรูนได้ด้วย (เหมาะกับเลนกลาง)
  • Faerie Fire – Passive: + 2 พลังโจมตี Active: เพิ่มเลือด  85 หน่วย (ไอเท็มตามสถานการณ์)
  • Enchanted Mango – Passive: + 0.6 อัตราการฟื้นฟูพลังชีวิต Active: เพิ่มมานา 100 หน่วย (ไอเท็มตามสถานการณ์)
  • Iron Branch – Passive: + 1  ค่าสถานะทั้งหมด Active: กดลงพื้นเพื่อปลูกต้นไม้ เมื่อใช้ Tango กิน จะเพิ่มเอฟเฟกต์ 2 เท่า
  • Quelling Blade – Passive: เพิ่มพลังโจมตีใส่ครีป ฮีโร่ตีใกล้ +12 ฮีโร่ตีไกล +6 Active: กดใช้เพื่อตัดต้นไม้ (ไอเท็มตามสถานการณ์)
  • Observer Ward – เปิดการมองเห็นพื้นที่รัศมี 1400 หน่วย 6 นาที (เหมาะกับซัพพอร์ต)
  • Sentry Ward – เปิดเผยฮีโร่, ยูนิต และ Ward ที่ล่องหนในรัศมี 900 หน่วย นาน 7 นาที (เหมาะกับซัพพอร์ต)

ศึกษารายละเอียดไอเท็มทั้งหมดที่นี่: https://www.dota2thailand.com/item/ 

The International ทัวร์นาเมนต์ที่ผู้เล่นทุกคนใฝ่ฝัน 

The International เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2011 ณ โคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี โดยมีเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 54 ล้านบาท) ซึ่ง Valve ผู้จัดการแข่งขัน ก็วางจำนวนเท่านี้เป็นเงินรางวัลตั้งต้นทุกปีนับแต่นั้น แต่สาเหตุที่เงินรางวัลพุ่งสูงหลายเท่าเป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่า “Battle Pass”

Battle Pass คือฟีเจอร์ที่ให้ผู้เล่นเติมเงินเพื่อแลกกับการได้ไอเท็มสุดพิเศษ จำพวกของตกแต่งหรือสิ่งอำนวยความสะดวกแบบไม่กระทบเกมเพลย์ นอกจากนี้ ความท้าทายอยู่ตรงที่มันมีระบบเลเวลเข้ามาเกี่ยวข้อง หากผู้เล่นไม่อยากใช้เงินแก้ปัญหา ก็ต้องทำภารกิจตามแต่ละระดับเพื่อแลกกับ EXP ในการเพิ่มเลเวล เพื่อใช้ปลดล็อกไอเท็มระดับต่อไป

ส่วนแบ่งของ Battle Pass ที่นำมาเป็นเงินรางวัลของ The International เปิดตัวครั้งแรกใน TI3 กับการขายเป็นรูปแบบหนังสือชื่อว่า Compendium ซึ่ง Valve ก็ใช้ชื่อนี้ใน TI4 และ TI5 ก่อนที่ TI6 พวกเขาก็เปลี่ยนมาใช้คำว่า Battle Pass จนถึงปัจจุบัน

โดยรายได้ 25% ที่ผู้เล่นสั่งซื้อ Battle Pass จะถูกเพิ่มเข้าเป็นเงินรางวัลรวมในการแข่งขันด้วย ทำให้ทุกปีที่เกมได้รับความนิยมมากขึ้น เงินรางวัลรวมก็จะสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า TI1 และ TI2 มีเงินรางวัลราว 54 ล้านบาท แต่เมื่อเริ่มนำระบบ Battle Pass (ในชื่อเดิม Compendium) มาใช้ใน TI3 เงินรางวัลก็พุ่งขึ้นเป็น 97 ล้านบาท และยอดทะยานอย่างน่าตกใจใน TI4 ที่มีเงินรางวัลสูงถึง 368 ล้านบาท และยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุก ๆ ปี 

ซึ่งใน TI10 ที่เพิ่งรูดม่านปิดฉากไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แชมป์ตกเป็นของ Team Spirit ม้ามืดจากสายล่างที่ เอาชนะ PSG.LGD ในรอบชิงชนะเลิศแบบสุดมัน 3-2 คว้าเงินรางวัลมหาศาล 609 ล้านบาท สร้างแรงกระเพื่อมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการเกมของรัสเซีย เป็นปรากฏการณ์ความยินดีระดับประวัติศาสตร์ ที่แม้กระทั่ง ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน หรือ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน นักเตะทีมชาติ ยังต้องออกมาชื่นชมฝีมือของพวกเขาเหล่านี้

แหล่งอ้างอิง:
https://www.redbull.com/int-en/the-history-of-dota
https://liquipedia.net/dota2/The_International
About Author
AUTHOR
แขนขวาสักงงจนตาลาย แขนซ้ายสักทำไมนั่นลูกหมี ขาขวาสักสักไปเหอะมันสวยดี ขาซ้ายสักทีมีกระเด็น ข้างหน้าห้อยพระปิดตา ข้างหลังบอกมามองไม่เห็น สองสีข้างลงอักขระเจ้าเบ็นเท็น หน้าผากเป็นรอยแผลตกรถเมล์
Graphic
นิสัยเหมือนหมา น่ารักเหมือนแมว ที่รักในเนื้อย่างสุดหัวใจ