IceFrog อัจฉริยะผู้สร้าง Dota 2 จากเงามืด ตัวตนอันเป็นปริศนามานานนับทศวรรษแท้จริงแล้วคือ…?


ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา IceFrog คือชื่อที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในชุมชนผู้เล่นเกม Dota 2 ไม่ว่าจะเป็นมีม คำชม ข้อวิจารณ์ บางครั้งถึงขั้นคำด่า เช่นเดียวกับชื่อ Jeff Kaplan ในชุมชน Overwatch หรือ Anna Donlon ในชุมชน Valorant เพราะเป็นอันเข้าใจตรงกันว่า IceFrog คือผู้สร้าง และอยู่เบื้องหลังทุกการเปลี่ยนแปลงของ Dota 2

ความแตกต่างเดียวระหว่าง IceFrog กับผู้สร้างเกมชื่อดังระดับโลกเกมอื่น คือตัวตนอันเป็นปริศนา ไม่มีใครรู้ว่า แท้จริงแล้วเจ้าของสมญานาม “กบน้ำแข็ง” ผู้นี้คือใคร ถึงแม้จะผ่านเวลามานานนับทศวรรษก็ตาม

IceFrog คือใคร สิ่งที่เขาสร้างไว้ให้กับเกม Dota 2 นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน ติดตามที่นี่ Lengame – เล่นเกม

Dota, IceFrog, Valve, และ Blizzard ความโกลาหลแห่งวงการเกม

ก่อนอื่นต้องขออธิบายให้ชัดตั้งแต่บรรทัดนี้ เนื่องจากเชื่อว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า IceFrog คือผู้คิดค้นเกม Dota ซึ่งความจริง “ไม่ใช่โดยสิ้นเชิง”

Dota มีจุดเริ่มต้นในปี 2003 จากม็อดออนไลน์ชื่อ Defense of the Ancients (DotA) ในเกม Warcraft III: Reign of Chaos และ The Frozen Throne ซึ่งเป็นม็อดสำหรับผู้เล่นหลายคนที่พัฒนาโดยชุมชนแฟนเกม Warcraft III World Editor นำโดยนักออกแบบเกมอิสระนามแฝง “Eul” (ชื่อจริง Kyle Sommer) ได้รับแรงบันดาลใจจาก Aeon of Strife ซึ่งเป็นแผนที่ StarCraft แบบผู้เล่นหลายคน 

ทว่าไม่นานนัก Eul ก็วางมือจากสิ่งที่เขาสร้าง และมีอีกหนึ่งนักออกแบบเกมอิสระ นามแฝง “Guinsoo”
(ชื่อจริง Steve Feak) หยิบม็อด Defense of the Ancients (DotA) มาพัฒนาต่อ ก่อนเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หลายอย่างลงในม็อดนี้ และใช้ชื่อว่า DotA Allstars 

ส่วนชื่อ IceFrog นั้นเริ่มเกี่ยวข้องกับม็อด DotA Allstars  ครั้งแรกในปี 2005 เมื่อเขาได้รับคัดเลือกจาก Guinsoo ซึ่งเป็นหัวหน้านักพัฒนาม็อดในขณะนั้น ให้มาช่วยเขียนโปรแกรม

ปลายปี 2005 Guinsoo ออกจากม็อด DotA Allstars และส่งตำแหน่งหัวหน้านักพัฒนาให้กับ Neichus ซึ่งร่วมพัฒนาต่อกับ IceFrog ทว่าก็เป็นอีกครั้ง ที่หัวหน้าทีมนักพัฒนาอยู่ในตำแหน่งเพียงไม่นาน เมื่อ Neichus ก้าวออกจากตำแหน่งในปีเดียวกัน และคราวนี้ก็เป็น IceFrog มาสืบทอดต่อ

ในช่วงระหว่างปี 2005-2009 IceFrog กลายเป็นผู้ออกแบบเพียงคนเดียวของม็อด DotA Allstars  ด้วยการเพิ่มฮีโร่ใหม่อย่างต่อเนื่องของ Icefrog และการแก้ไขข้อผิดพลาดหลายอย่างทำให้สามารถสร้างฐานผู้เล่นนับล้านทั่วโลก ทั้งยังเริ่มมีการแข่งขันอีสปอร์ตในสหภาพยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน 

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าม็อด Defense of the Ancients (DotA) ประสบความสำเร็จมหาศาล เป็นหนึ่งในม็อดเกมที่ได้รับความนิยมตลอดกาล มีผู้เล่นหลายสิบล้านคน และกลายเป็นหนึ่งในเรือธงแห่งวงการอีสปอร์ตช่วงยุค 2000s

เมื่อม็อดที่สร้างขึ้นมาเพียงเพราะต้องการตอบสนองความชอบ เติมเต็มแพชชั่น กลายเป็นเกมที่ผู้คนนิยมเล่นกันทั่วโลก สร้างมูลค่าและรายได้มหาศาล ปัญหาที่ตามมาคือ “ใครเป็นผู้ถือสิทธิบัตรของมัน?”

Valve ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเกมโลกสนใจหยิบชิ้นปลามันดังกล่าว เนื่องจาก โรบิน วอล์กเกอร์ (Robin Walker) และ เอริค จอห์นสัน (Erik Johnson) ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเป็นแฟนตัวยงของม็อดนี้ พวกเขาเห็นตรงกันว่าสามารถต่อยอด ให้กลายเป็นเกมภาคต่อที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ ซึ่งน่าจะทำกำไรมหาศาลแก่ Valve 

เมื่อคิดได้เช่นนั้น Valve ก็ไม่รอช้า ติดต่อ IceFrog ทางอีเมลเกี่ยวกับแผนระยะยาวสำหรับโครงการนี้ และต้องการตัวเขามาเป็นผู้กำกับออกแบบภาคต่อ เนื่องจาก Valve คิดว่าในเมื่อม็อด Defense of the Ancients (DotA) ถูกพัฒนาโดยชุมชนแฟนเกม Warcraft III World Editor ดังนั้นสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของก็น่าจะอยู่ที่ IceFrog ซึ่งดูแลเกมนี้มาตั้งแต่ปี 2005

IceFrog ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว ด้วยการประกาศผ่านบล็อกครั้งแรกในเดือนตุลาคมปี 2009 ก่อนที่ปีต่อมา Valve จะออกมายืนยันเรื่องนี้ รวมถึงโปรเจ็กต์การพัฒนาเกม Dota 2

อย่างไรก็ตาม ขณะที่น้ำกำลังเชี่ยว Blizzard Entertainment ก็กระโดดลงไปขวาง ด้วยการเข้าซื้อ DotA-Allstars, LLC จาก Riot Games และยื่นคำคัดค้านต่อ Valve ในเดือนพฤศจิกายน 2011 โดยอ้างว่า Blizzard เป็นเจ้าของ Warcraft III World Editor และ DotA-Allstars นอกจากนั้นม็อดเหล่านี้เป็นม็อดที่สร้างขึ้นในเกม Warcraft III: Reign of Chaos และ The Frozen Throne ซึ่งเป็นเกมของ Blizzard  ดังนั้นผู้ถือสิทธิ์ในม็อดนี้ และพัฒนาเกมภาคต่อได้ก็น่าจะเป็น Blizzard Entertainment 

โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า IceFrog ติดต่อ Blizzard Entertainment เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการพัฒนา DotA ให้เป็นเกมแบบสแตนด์อโลน แต่บริษัทไม่สนใจ และขอให้เขาย้ายม็อดไปยังโปรแกรมแก้ไขแผนที่ StarCraft 2 ที่กำลังจะวางจำหน่ายฟรีแทน

ถ้าข่าวลือดังกล่าวเป็นความจริง ก็คงเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของ Blizzard Entertainment ที่พวกเขาต้องเสียดายไปตลอด เพราะหลังจากสู้รบกันด้วยข้อกฎหมายอย่างดุเดือด ปรากฏว่าผู้ชนะคือ Valve พวกเขาสามารถรักษาสิทธิ์เครื่องหมายการค้า Dota ไว้ในครอบครอง ส่วนบุคคลอื่นสามารถใช้ชื่อ Dota ได้เช่นกัน หากไม่ได้เป็นไปในทางพาณิชย์

เมื่อทุกอย่างเข้าที่ IceFrog รวมถึงนักพัฒนาเกมคนอื่น ๆ ที่เคยมีส่วนร่วมในการสร้าง Defense of the Ancients (DotA) และถูก Valve ดึงตัวมาร่วมทีม เช่น Eul และ Kendrick Lim ก็เดินหน้าเต็มกำลัง เพื่อสร้างเกมใหม่ในชื่อ Dota 2

เป้าหมายแรกเริ่มของทีม Dota 2 คือการปรับรูปแบบกราฟิกของ Defense of the Ancients (DotA) สำหรับการเล่นบน Source Engine

ในเซสชั่นแรกที่เปิดโอกาสให้แฟนเกมถามตอบ สิ่งที่พวกเขาอยากรู้เกี่ยวกับ Dota 2 IceFrog ได้อธิบายว่า เกมจะสร้างจากม็อดโดยไม่เปลี่ยนแปลงแกนหลักที่สำคัญของมัน อย่างไรก็ตามชื่อตัวละคร ความสามารถ ไอเทม และแผนที่ บางส่วนจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากปัญหาเครื่องหมายการค้าที่เป็นของ Blizzard

ถึงแม้ตัวตนของ IceFrog จะถูกบดบังด้วยม่านหมอกแห่งปริศนา ทว่าความอัจฉริยะของเขากลับฉายแววเด่นชัด รวมถึงการได้รับอิสระจาก Valve  อย่างเต็มที่ในการออกแบบ Valve เขาจึงสร้างสรรค์ Dota 2 ออกมาเป็นเกมที่มีระบบยอดเยี่ยม โดยมีสิ่งสำคัญที่สุดคือสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นในเกม

การที่ฮีโร่บางตัวสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ส่งผลให้การแข่งขันมีความน่าสนใจ ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างซับซ้อน เพื่อหลอกล่อทีมศัตรูให้คิดว่าฮีโร่ตัวหนึ่งเป็นตำแหน่งหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลาลงสนามจริง ๆ กลับเล่นในอีกตำแหน่ง นอกจากนั้น IceFrog ยังออกแบบการเล่นเกมให้สอดรับกับกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การโรมมิ่ง และการไตรแลนดิ้ง 

อีกหนึ่งกุญแจสำคัญ ในการสร้างสรรค์เกมให้ออกมายอดเยี่ยมของ IceFrog คือการเป็นคนไม่หยุดนิ่ง ไม่มีอีโก้ พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเสมอ เขามักจะสอดส่องความคิดเห็นของแฟนเกม และนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน

โดยรวมแล้ว วิสัยทัศน์ของ IceFrog ทำให้ DOTA 2 เป็นเกมที่มีชีวิตชีวา และทำให้การคิดกลยุทธ์ใหม่ ๆ ของผู้เล่นและทีม เป็นเรื่องท้าทาย

หลังจากการทดสอบเบต้าเกือบสองปี Dota 2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการบน Steam สำหรับ Windows เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2013 และสำหรับ OS X และ Linux ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2013 ถึงแม้ในตอนแรกจะไม่ได้มีฮีโร่จากม็อด Defense of the Ancients ครบทุกตัว (ก่อนที่ทุกตัวจะถูกนำเข้ามาบรรจุจนครบในปี 2016) ทว่าก็ยังได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลาม

นับตั้งแต่เปิดตัว Dota 2 รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเป็นเกมอีสปอร์ตที่ทำกำไรมากที่สุดตลอดกาล โดยใน TI 10 หรือ The International 2021 รายการแข่งขันใหญ่ที่สุดของ Dota 2 ประจำปี ทีมชนะเลิศอย่าง Team Spirit คว้าเงินรางวัลกลับบ้านสูงถึง 18.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 600 ล้านบาท เป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่โลกจัดแข่งขันอีสปอร์ต 

ปัจจุบันจากการประมาณการพบว่า มีผู้เล่น Dota 2 ที่ยังเป็น Active Users มากถึง 11-12 ล้านคนทั่วโลก

ตัวตนของ IceFrog

ถึงตรงนี้ทุกคนน่าจะรู้จัก IceFrog กันพอสมควร และเข้าใจถึงอิทธิพลของเขาในฐานะผู้สร้าง Dota 2 แต่คำถามหนึ่งที่คนทั่วโลกยังคงพยายามสืบหาคำตอบ ก็คือตัวตนแท้จริงของ IceFrog

ครั้งเดียวที่ IceFrog เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้คนทั่วไปได้รู้ เกิดขึ้นในปี 2009 ตอนนั้นเขาบอกว่าตัวเองอายุ 25 ปี ดังนั้นปัจจุบันเขาน่าจะอายุ 36-37 ปี แต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง อีกหนึ่งข้อมูลเกี่ยวกับ IceFrog ที่น่าจะช่วยในการระบุตัวตนของเขาได้ คือเขาสามารถใช้ภาษาจีนได้ นั่นเป็นเพราะเขาเรียนรู้ เพื่อใช้สื่อสารกับฐานแฟนขนาดใหญ่ของ Dota ในประเทศจีนได้ดียิ่งขึ้น

มีผู้เล่น Dota 2 ระดับอาชีพ รวมถึงคนวงในที่คลุกคลีกับ Dota 2 หลายคนอ้างว่า พวกเขาเคยเจอตัวจริงของ IceFrog แต่ทุกคนก็เคารพความเป็นส่วนตัวของ IceFrog จึงไม่มีรายละเอียดปรากฏสู่สาธารณะเท่าไรนัก 

เควิน โกเดค (Kevin Godec) หรือ Purge นักพากษ์เกมชื่อดังชาวอเมริกัน เผยว่าเขาเคยเจอตัวจริงของ IceFrog ในการประชุมครั้งหนึ่ง ถึงแม้ตอนนั้นเขายังไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคือ IceFrog แต่เขาก็บอกว่า Icefrog เป็น “เพื่อนที่ยอดเยี่ยม” และเป็น “ผู้ชายธรรมดา”

เช่นเดียวกับ LaNm อดีตผู้เล่น Dota 2 ระดับอาชีพ ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นโค้ชให้กับ Team Aster ครั้งหนึ่งในอดีตเขาเคยประชุมร่วมกับ IceFrog สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ LaNm คุกเข่าลง และร้องไห้ต่อหน้าเขาเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือ IceFrog เขารู้สึกตื้นตันมาก เพราะ Dota 2 คือเกมที่พลิกชะตาชีวิตของเขา  

ในช่วงแรกที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกับ Valve IceFrog ยังไม่ถึงกับเป็นบุคคลลึกลับเหมือนในปัจจุบัน เขามักจะโต้ตอบกับผู้เล่นและแฟน ๆ ในฟอรัมอีเมลบ่อยครั้ง จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อน เขาก็ค่อย ๆ หายไปจากพื้นที่สาธารณะ มีเพียงการโพสต์ข้อความบน Twitter เท่านั้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง เช่นในปี 2021 IceFrog โพสต์ข้อความเพียง 2 ครั้ง ข้อความแรกโพสต์เมื่อวันที่ 1 มกราคม เนื้อหาเป็นการสวัสดีปีใหม่ ส่วนอีกข้อความโพสต์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม เป็นการแสดงความยินดีแก่ Team Spirit ในฐานะผู้คว้าแชมป์ TI 10

“Congratulations to Team Spirit for their victory at The International!”

ถึงแม้ IceFrog จะพยายามปกปิดตัวตนมากแค่ไหน ทว่าความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนนั้นไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ทุกคนสามารถเป็นนักสืบออนไลน์ได้ เพียงแค่ปลายนิ้วคลิก ยิ่งทำให้การพยายามสืบหาตัวตนแท้จริงของ IceFrog ขยายสู่วงกว้าง เกิดเป็นทฤษฎีมากมายให้ได้ถกเถียงกัน

เหล่าผู้ต้องสงสัย

วิกรม เรดดี้ (Wykrhm Reddy) คือหนึ่งในชื่อที่คนพยายามโยงว่าเขาคือ IceFrog อาชีพของ Wykrhm ไม่เปิดเผยอย่างแน่ชัด แต่เขาเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปิน และผู้ดำเนินรายการของ Dota Subreddit

วิกรม มักจะอัปเดตข้อมูลความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ Dota 2 ล่วงหน้าก่อนใครเสมอ จนคนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเขาจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลวงในได้ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่ใช่นักเดินทางข้ามเวลา หรือใครสักคนที่ใกล้ชิดกับ Valve หรือ IceFrog อาจเป็นเขาเองนั่นแหละ ที่มีอีกตัวตนนามว่า IceFrog

แม้เวลาผ่านไปทฤษฎีที่ว่า วิกรม คือ IceFrog จะมีน้ำหนักน้อยลงเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับชุมชนผู้เล่น Dota 2 เริ่มขีดฆ่าเขาออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ความเห็นที่ว่าเขาคือ IceFrog ก็ยังคงพบเห็นได้ทั่วไปในโลกโซเชียลถึงปัจจุบัน

ผู้ต้องสงสัยคนต่อมา ที่ดูจะมีน้ำหนักมากกว่า วิกรม เรดดี้ มีชื่อว่า บรูโน่ คาร์ลุชชี่ (Bruno Carlucci) 

บรูโน่ คาร์ลุชชี่ คือชายชาวอาร์เจนติน่า ปัจจุบันเขาน่าจะอยู่ในช่วงอายุ 30 กลาง ๆ ถึง 40 ปี (ใกล้เคียงกับอายุที่คาดการณ์ของ IceFrog) อดีตนักวิเคราะห์เกม Dota 2 ชื่อดัง เมื่อหลายปีก่อน บรูโน่ คาร์ลุชชี่ ภายใต้ฉายา Statsman Bruno ขึ้นชื่อเรื่องการทวีตที่แหวกแนวและมีสีสัน รวมถึงความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับ Dota 

บรูโน่เล่น Dota มาตั้งแต่ปี 2005 ก่อนจะค่อย ๆ สร้างชื่อเสียงสู่วงกว้าง จนได้ร่วมงานกับ เจมส์ “2GD” ฮาร์ดดิ้ง ที่ The GD Studio และเป็นนักวิเคราะห์ในรายการแข่งขัน Dota  มากมาย รวมถึง The Internationals 3 รายการ ก่อนที่ปี 2015 เขาจะผันตัวจากนักวิเคราะห์ เข้าสู่ชายคาบริษัท Valve ในตำแหน่งวิศวกรซอฟต์แวร์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีม “Bruno = IceFrog” แพร่หลายไปทั่วสังคมผู้เล่น Dota 2 แฟน ๆ พยายามหาทฤษฎีสมคบคิด และข้อพิสูจน์ โดยวิเคราะห์ทุกรายละเอียด ตัวอย่างเช่น IceFrog โพสต์ภาพเครื่องดื่มมะม่วงในฟอรัมภาษาจีน เป็นเวลาใกล้เคียงกับที่บรูโน่ทวีตว่า เขาเพิ่งดื่มมะม่วงปั่น

นอกจากนั้นยังมีข้อมูลหนึ่งจากผู้ใช้งาน Reddit นามว่า TheAzathoth เปิดเผยออกมาในปี 2015 

TheAzathoth แคสเตอร์ชาวสเปนที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการ Dota ภายในประเทศ หากย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนที่ TI4 จะเริ่มต้นขึ้น สังคมผู้เล่น Dota 2 ที่ใช้ภาษาสเปนยังไม่กว้างขวางเท่าไรนัก ทำให้ในตอนที่ทางผู้จัดงาน TI ส่งเทียบเชิญเหล่าแคสเตอร์ชื่อดังจากหลายประเทศที่ใช้ภาษาต่างกัน เช่น จีน เกาหลี รัสเซีย ไปร่วมพากษ์การแข่งขันเพื่อให้กลุ่มแฟนเกมในประเทศนั้น ๆ รับชม จึงยังไม่มีภาษาสเปนรวมอยู่ด้วย

“ผมมีความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมรู้ว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” TheAzathoth เผยความรู้สึกผิดหวังผ่านข้อความทาง Reddit 

แต่ก่อนงาน TI4 จะเริ่มต้นขึ้น สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับ TheAzathoth

“TI4 Main Event จะเริ่มในวันที่ 18 กรกฎาคม และผมยังจำวันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ Bruno เพิ่มผมใน Skype เขาบอกผมว่า ‘Icefrog อยากคุยกับคุณ’ หลังจากนั้นผมก็ร้องไห้ออกมา”

TheAzathoth บอกว่า บรูโน่ ได้ต่อสาย Skype ให้คุยกับ Icefrog ก่อนที่ผู้สร้าง Dota 2 จอมลึกลับจะจัดการให้ TI4 มีการพากษ์ภาษาสเปน 

“ผมและ Ndree คู่หูของผม เดินทางไปที่ซีแอตเทิลพร้อมกับเพื่อนที่ดีของเราจาก NomadTV (โปรตุเกส) เป็นครั้งแรกที่ผมเป็นตัวแทนพากษ์ Dota 2 ในภาษาสเปน”

จากเรื่องราวนี้ ทำให้ได้ข้อมูลสำคัญว่า บรูโน่ คาร์ลุชชี่ คือผู้ใกล้ชิดกับ IceFrog มาก ๆ ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง บรูโน่ กับ IceFrog น่าจะคล้ายกับ L และ วาตาริ จากมังงะเรื่อง Death Note โดย IceFrog อาจจะใช้ บรูโน่ เป็นตัวแทนของเขาในการติดต่อกับสาธารณะ เพื่อปกปิดตัวตน หรือไม่ก็ตัวเขาเองนั่นแหละ คือ IceFrog โดยบอกกับ TheAzathoth ว่า Icefrog อยากคุยด้วย ก่อนจะต่อสายให้ เป็นเพียงการหลอกล่อเท่านั้น ไม่แน่ว่าคนที่พิมพ์มากับเสียงในสาย จริง ๆ แล้วอาจเป็นคนเดียวกัน

หาก บรูโน่ คาร์ลุชชี่ คือ Icefrog ตัวจริง เขาก็น่าจะเป็นคนกวนโอ๊ยไม่น้อย เพราะตอนเขาทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์เกมในศึก TI 3 ครั้ง (2012-2014) ต่อหน้าแฟนเกม Dota 2 ทั่วโลกที่พยายามสืบหาตัวตนแท้จริงของ Icefrog อารมณ์ก็คงเหมือนตอนคนร้ายตีเนียนกลับมายังสถานที่เกิดเหตุ โดยแฟนเกมไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย ว่าคนที่ตามหาอยู่ตรงหน้าพวกเขามาตลอด

และเป็นเรื่องน่าแปลก ที่ บรูโน่ คาร์ลุชชี่ ไม่เคยออกมายอมรับ หรือปฏิเสธแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งเพิ่มความสงสัยให้เหล่านักสืบออนไลน์ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะถ้าเขาไม่ใช่ Icefrog ตามพฤติการณ์ทั่วไปของวิญญูชนเขาก็น่าจะออกมาปฏิเสธมากกว่า

ถึงแม้ บรูโน่ คาร์ลุชชี่ มีโอกาสสูงที่จะเป็น Icefrog ทว่าในปี 2017 กลับมีอีกชื่อหนึ่งมาแรงแซงทุกคนเพราะครั้งนี้ไม่ใช่เพียงคาดการณ์ลอย ๆ แต่มาพร้อมกับหลักฐานลายลักษณ์อักษร

ย้อนกลับไปในปี 2010 บุคคลนิรนาม ซึ่งอ้างว่าเป็นพนักงานของ Valve เขียนบล็อกโพสต์หัวข้อ “ความจริงเกี่ยวกับ IceFrog” ซึ่งเขาอ้างว่า IceFrog เคยทำงานอย่างลับ ๆ ใน Heroes of Newerth สำหรับ S2 Games ก่อนเข้าร่วม Valve ในปี 2009 โดยระบุตัวตนว่า IceFrog คือ อับดุล อิสมาอิล (Abdul Ismail) 

ส่วนเนื้อหาอื่น ๆ เป็นการหมิ่นประมาทล้วน ๆ และไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ มาอ้างอิง ทำให้ไม่มีคนเชื่อถือเท่าไรนัก ก่อนโพสต์นี้จะเลือนหายไปตามกาลเวลา

เวลาผ่านไป 7 ปี ในปี 2017 เอกสารของศาลเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของ Dota  หลุดออกมาสู่สาธารณะชน โดยชื่อที่อยู่ในนั้นคือ อับดุล อิสมาอิล จากชื่อที่ไม่มีใครสนใจ กลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แถมคราวนี้ผู้ยืนยันไม่ใช่บุคคลนิรนามที่ไหน ทว่าเป็นศาลแขวงแคลิฟอร์เนีย 

ด้วยเหตุนี้ทำให้เหล่านักสืบออนไลน์ย้อนกลับไปปะติดปะต่อเรื่องราว ที่เกี่ยวข้องกับชื่อ อับดุล อิสมาอิล อีกครั้ง ก่อนพบว่าไม่ได้มีแค่ในโพสต์จากบุคคลนิรนามเมื่อปี 2010 เท่านั้น แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ อับดุล อิสมาอิล เชื่อมโยงเข้ากับ Icefrog 

ในปี 2016 Riot Tryndamere ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Riot Games โพสต์ใน Reddit ด้วยข้อความที่คลุมเครือว่า “…หวังว่าอับดุล (IF) จะเป็นในที่สุด…” โดยหลายคอมเมนต์แสดงความเห็นตรงกันว่า IF หมายถึง IceFrog ก่อนโพสต์ดังกล่าวจะถูกลบไป และ Tryndamere ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้

นิตยสารข่าวสารวงการเกม EDGE ฉบับที่ 250 ก็เคยเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า Icefrog คือ อับดุล อิสมาอิล นอกจากนั้นชื่อ อับดุล อิสมาอิล ยังปรากฏอยู่ในไฟล์ซอฟต์แวร์ที่ถูกซ่อนเอาไว้ รวมถึงในเครดิตสารคดี Dota 2 Free to Play

หรือตัวตนภายใต้นามแฝง Icefrog จะเป็นชายชื่อ อับดุล อิสมาอิล จริงๆ?

ปริศนาที่ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบ

ไม่ว่า อับดุล อิสมาอิล จะเป็น Icefrog จริง ๆ หรือไม่ ประเด็นของเรื่องราวนี้ อาจจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น 

การที่ IceFrog พยายามปกปิดตัวตนของเขามาเป็นเวลานาน นั่นหมายความว่าเขาคงมีเหตุผลบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเพราะ Dota 2 ประสบความสำเร็จมหาศาล มีสังคมผู้เล่นหลักสิบล้านคนทั่วโลก การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง พร้อมทำหน้าที่กุมบังเหียน Dota 2 ไปด้วย อาจกดดันเกินไป จนเขารับไม่ไหว 

หรือจะเป็นแค่เหตุผลง่าย ๆ อย่างการเป็นคนขี้อาย ไม่ชอบให้สปอตไลท์ส่อง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดการปกปิดตัวตน คือเจตนารมณ์ของ Icefrog และก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ดังนั้นเราควรเคารพการตัดสินใจนี้ของเขา

บทความนี้ไม่ได้ชี้ชัดว่า อับดุล อิสมาอิล คือ IceFrog เพราะเขาไม่เคยออกมายอมรับ ทั้งยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่า อับดุล อิสมาอิล อาจจะเป็นแค่ชื่อนอมินีสักคนของ IceFrog หรือแม้กระทั่งทฤษฏีที่บอกว่า IceFrog อาจไม่ได้มีคนเดียว แต่ทำงานเป็นทีม ก็ยังเห็นได้บ่อย ๆ บนโลกอินเตอร์เน็ต

ดังนั้นคงไม่สำคัญว่า IceFrog เป็นใคร สิ่งน่าจดจำคือเขาสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นในวงการเกม ส่วนตัวตนแท้จริงของเขา ปล่อยให้อยู่ในม่านหมอกแห่งปริศนาต่อไป น่าจะเหมาะสม และถูกต้องมากกว่า 

บทความโดย เพรียวพันธ์ แสนลาวัณย์

แหล่งอ้างอิง:
https://en.wikipedia.org/wiki/Dota#:~:text=and%20Kaiju%20Boulevard.-,IceFrog,from%20Steve%20%22Guinsoo%22%20Feak.
https://dota2.fandom.com/wiki/IceFrog
https://www.sportskeeda.com/esports/the-icefrog-mystery-how-dota-2-s-master-balance-kept-game-engaging-decade
https://win.gg/news/who-is-dota-2-creator-icefrog-and-what-do-we-know-about-him-question-mark/
https://www.joindota.com/news/93115-dota-mysteries-who-is-icefrog
https://www.techtimes.com/articles/252309/20200906/icefrog-identity-had-been-leaked-online-heres-what-legal-documents-say.htm
About Author
AUTHOR