เจสัน รูบิน : ตำนานแห่ง Crash Bandicoot กับแนวคิด Metaverse ที่มาก่อนกาล


“Metaverse คืออะไร? คุณสามารถคิดได้ว่ามันคือสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ที่คุณสามารถพบปะผู้คนในพื้นที่ดิจิทัลได้ นี่เป็นอินเทอร์เน็ตที่คุณสามารถมีตัวตนอยู่ภายในนั้น ได้มากกว่าเพียงแค่การเฝ้าดู” มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) กล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า Metaverse

การประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัท Facebook เป็น Meta พร้อมโลโก้ใหม่ กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก แต่นั่นยังเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก นำเสนอออกมาภายหลังการเปลี่ยนชื่อ วิสัยทัศน์ที่จะมุ่งสู่การเดินทางครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

สิ่งนั้นคือการสร้าง Metaverse โลกเสมือนจริงแบบสามมิติ ผสานสภาพแวดล้อม วัตถุ และประสบการณ์เสมือนให้กลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับโลกแห่งความจริง ผู้ใช้สามารถเลือก Avatar แทนตัวเองแบบไหนก็ได้ และดำเนินชีวิตในประสบการณ์แบบ Immersive 

จริงอยู่ที่ Metaverse ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตรงกันข้ามนี่คือความฝันที่ดำรงมาอย่างยาวนานในโลกเทคโนโลยี แทบทุกคนในวงการนี้ใฝ่ฝันจะสร้างโลกดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับโลกจริง โดยมีเทคโนโลยี Extended Reality (XR) เป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามไม่เคยมีบริษัทไหนถึงขั้นประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ว่าการสร้างโลก Metaverse คือพันธกิจสำคัญ และพร้อมจะทุ่มเท เพื่อทำให้กลายเป็นความจริง 

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ขึ้นกล่าวสปีช และนำเสนอวิสัยทัศน์ของโลก Metaverse ในอนาคตให้ชาวโลกรับรู้ ทว่ายังอีกคนที่มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เพียงแต่อาจจะไม่เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปเท่าไรนัก ชื่อของเขาคือ เจสัน รูบิน (Jason Rubin)

เจสัน รูบิน คือใคร และเรื่องราวของเขาสู่การก้าวเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างโลก Metaverse เป็นมาอย่างไร ติดตามที่นี่ Lengame – เล่นเกม

เนิร์ดเกมผู้ก่อตั้ง Naughty Dog

Uncharted คือซีรีส์เกมแนวแอ็คชันผจญภัยที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล ยอดขายรวมทุกภาคกว่า 41.7 ล้านยูนิต และล่าสุดถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ นำแสดงโดย 2 ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูด อย่าง ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) และ มาร์ค วาห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg) มีกำหนดเข้าฉายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 

ด้วยความสำเร็จระดับนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้า Naughty Dog ค่ายเกมที่สร้างสรรค์ Uncharted จะเข้าไปนั่งอยู่ในใจแฟนเกมอย่างเหนียวแน่น โดยหนึ่งในผู้ก่อตั้ง และมีส่วนสำคัญต่อการวางรากฐานให้ Naughty Dog ยิ่งใหญ่เช่นทุกวันนี้คือ เจสัน รูบิน

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 80 เมื่อ เจสัน รูบิน นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) และ แอนดี้ กาวิน (Andy Gavin) นักศึกษาปริญญาตรีจากรั้ววิทยาลัยฮาเวอร์ฟอร์ด (Haverford College) ที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ร่วมกันก่อตั้งบริษัทเกมเล็ก ๆ ชื่อ Naughty Dog ขึ้น ด้วยเหตุผลเพียงเพราะความชอบ และความคลั่งไคล้ที่มีต่อเกม พร้อมเปิดตัวเกมแรกที่พวกเขาร่วมกันสร้างในชื่อ Ski Crazed

ด้วยความสามารถโดดเด่นและไอเดียแปลกใหม่ เจสัน และ แอนดี้ ภายใต้ชื่อ Naughty Dog ได้รับการยอมรับจากคนในวงการเกมอย่างรวดเร็ว พวกเขามีโอกาสสร้างเกมร่วมกับค่ายเกมยักษ์ใหญ่หลายเกม ไม่ว่าจะเป็น Rings of Power ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Electronic Arts(EA) หรือ Way of the Warrior ที่มี Universal Interactive Studios มาช่วยคุมหางเสือ ทว่าเกมที่สร้างชื่อให้กับ เจสัน และ Naughty Dog ให้ดังไกลสู่ระดับโลกจริง ๆ คือ Crash Bandicoot วางจำหน่ายภาคแรกในปี 1996

ความสำเร็จของ Crash Bandicoot หรือที่แฟนเกมรุ่นเก๋าในบ้านเรา เรียกกันจนติดปากว่า “หมาแดง” เป็นที่จดจำถึงขั้น Sony นำตัวละครหลักจากเกมนี้ ไปใช้เป็นมาสคอตอย่างไม่เป็นทางการให้กับเครื่อง PlayStation นานหลายปี นอกจากนั้นซีรีส์ Crash Bandicoot ทั้ง 3 ภาคแรกที่สร้างโดย Naughty Dog ก็มียอดจำหน่ายทั่วโลกรวมกว่า 26 ล้านยูนิต อีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงที่ เจสัน มีส่วนร่วมในฐานะหัวเรือใหญ่ของ Naughty Dog คือซีรีส์เกม Jak and Daxter ที่มีภาคต่อถึง 4 ภาค พร้อมด้วยยอดขาย 9 ล้านยูนิต 

ด้วยความสำเร็จระดับนี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในปี 2001 บริษัท Sony จะตัดสินใจทุ่มทุนซื้อ Naughty Dog มาเป็นบริษัทในเครือ Sony Computer Entertainment America แต่ยังคงให้สิทธิ์ในการบริหารกับ เจสัน และ แอนดี้

ทว่าหลังจากนั้น 3 ปี ในปี 2004 เจสัน รูบิน ก็ประกาศต่อสาธารณชนว่า “ผมแยกทางกับ Naughty Dog แล้ว”

ถึงแม้จะออกจาก Naughty Dog แต่ชื่อ เจสัน รูบิน ก็ไม่เคยห่างหายจากแวดวงเกมและเทคโนโลยี เพราะหลังจากนั้นเขาก็ก่อตั้ง Flektor บริษัทอินเทอร์เน็ตสตาร์ทอัพ ร่วมกับ แอนดี้ กาวิน เพื่อนสนิท และ เจสัน เคย์ (Jason R.Kay) อดีตผู้บริหาร HBO ก่อนจะขายบริษัทให้กับ Fox Interactive Media ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ News Corp ในปี 2007

นอกจากนั้นในปี 2012 เจสัน รูบิน ถูกทาบทามให้มานั่งแท่นบริหาร THQ บริษัทจัดจำหน่ายวิดีโอเกมที่กำลังประสบปัญหาการเงิน โดยหวังว่าประสบการณ์อันเคี่ยวกรำของ เจสัน ในวงการเกม น่าจะช่วยกอบกู้สถานการณ์ของบริษัทได้

แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาด ถึงแม้ เจสัน จะพยายามอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจเลิกจ้างพนักงานหลายร้อยคน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงคิดแผนการตลาดใหม่ ๆ แต่ก็ไม่สามารถกู้วิกฤติของ THQ ขึ้นมาได้ 

THQ ถูกศาลสั่งล้มละลายในเดือนมกราคมปี 2013 พร้อมกับการที่ เจสัน รูบิน ต้องกลายเป็นคนว่างงาน

“การเข้ามาบริหาร THQ ของ เจสัน รูบิน คือสิ่งที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย เขาคือผู้ก่อตั้ง Naughty Dog และมีประวัติอันน่าเหลือเชื่อในวงการเกม แต่เมื่อถึงวันนี้ที่ THQ ต้องสิ้นสุดลง การเลิกจ้างก็เป็นไปด้วยดี การที่ รูบิน ไม่สามารถชุบชีวิต THQ ได้ เราก็ไม่ควรมองเขาว่าเป็นคนไร้ความสามารถ” คำแถลงของ THQ ผ่าน Game Industry International

ถึงตรงนี้ทุกคนน่าจะรู้จัก เจสัน รูบิน กันพอสมควร และรู้ว่าเขามีความสามารถโดดเด่นแค่ไหนในอุตสาหกรรมเกม อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังดูไม่ใกล้เคียงกับการเป็นกุญแจสำคัญ ในการสร้างโลก Metaverse เลยแม้แต่น้อย 

นั่นก็เป็นเพราะว่าเส้นทางสู่โลก Metaverse ของ เจสัน เริ่มต้นขึ้นในปี 2014 หลังจากก้าวเข้าสู่ชายคาบริษัท Oculus VR ในตำแหน่งหัวหน้าสตูดิโอ

วิสัยทัศน์แห่งโลก Metaverse

Oculus VR คือบริษัทเทคโนโลยีที่มุ่งมั่นพัฒนาให้ผู้คนเข้าสู่โลกเสมือนจริง หรือ Virtual Reality ผ่านแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นไอเดียล้ำสมัยอย่างมากในทศวรรษก่อน Facebook ซึ่งนำโดย มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก มองเห็นถึงศักยภาพดังกล่าว เขาจึงยอมทุ่มทุนมหาศาลกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท) เข้าซื้อกิจการในปี 2004

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นคำตอบว่า เจสัน รูบิน เข้ามาอยู่ในเส้นทางการสร้างโลก Metaverse และมีความสัมพันธ์กับ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้อย่างไร

28 ตุลาคม 2021 คือวันที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก นำเสนอให้โลกรู้จักกับ Metaverse ทว่าหากจะกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของมัน คงต้องย้อนเวลากลับไปประมาณ 3 ปี จากการเปิดเผยของสำนักข่าว CNBC

ในปี 2018 มีอีเมลฉบับหนึ่งถูกส่งถึง มาร์ก อันดรีสเซน (Marc Andreessen) สมาชิกบอร์ดบริหารของ Facebook ระบุชื่อผู้ส่งคือ เจสัน รูบิน ผู้บริหาร Oculus พร้อมด้วยหัวข้ออีเมลสะดุดตาว่า “The Metaverse”

อีเมลดังกล่าวเป็นเอกสารที่มีความยาวกว่า 50 หน้า เนื้อความโดยสรุปกล่าวถึงปัญหาของ VR ที่ไม่สามารถเข้าถึงผู้คนหมู่มากได้ การลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่กลับมีผู้ใช้งานแว่นตา Oculus เพียงแค่ 250,000 คนต่อเดือน คือผลลัพธ์ที่ล้มเหลวอย่างชัดเจน ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การสร้างโลกเสมือนจริง Metaverse น่าจะเป็นเส้นทางที่ถูกต้อง

“ถึงแม้จะลงทุนไปมหาศาล แต่ VR กลับเข้าถึงแค่นักเล่นเกมฮาร์ดคอร์เท่านั้น ไม่สามารถดึงดูดใจผู้เล่นทั่วไปได้เลย”

“เราเชื่อว่าวิธีที่ถูกต้องในการกำจัดความเฉยเมยของผู้บริโภคที่มีต่อ VR คือนำเสนอสิ่งที่พวกเขาคาดหวังและต้องการ นั่นก็คือ THE METAVERSE” ส่วนหนึ่งจากข้อความในช่วงแรกของอีเมลฉบับดังกล่าว

นอกจากนั้น เจสัน ยังร่ายยาวถึงไอเดียของเขาที่มีต่อโลก Metaverse ว่ามันควรจะต้องเป็นโลกที่ผู้คนสามารถใ้ช้ชีวิตเสมือนจริงได้อย่างอิสระ มีกิจกรรมและการตอบโต้กันไม่ต่างจากโลกความจริง หรือแม้กระทั่งการแต่งงานกันก็สามารถทำได้

เพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน ในอีเมลฉบับดังกล่าว เจสัน จึงสรุปสถานการณ์สมมติในโลก Metaverse ที่เขาคิด ผ่านตัวละครที่ชื่อ Priya 

Priya เข้าสู่เมืองเสมือนจริงที่มีลานโบว์ลิ่ง ร้านค้า โรงละคร เธอสามารถโต้ตอบกับผู้อื่น ใช้สกุลเงิน Metaverse เพื่อชำระค่าทรงผมใหม่ให้อวาตาร์ของเธอ ก่อนที่เธอจะพบกับผู้ใช้งานรายอื่น ทั้งคู่ตกหลุมรักและแต่งงานกัน

เหล่านี้คือโลก Metaverse ที่ เจสัน ได้วาดฝันเอาไว้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้อีเมลฉบับนี้อยู่ในความสนใจของผู้คน และส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ เจสัน ติดลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากสื่อ CNBC นำมาเผยแพร่ อยู่ในใจความสำคัญช่วงท้ายของอีเมล

“เราต้องลงมือก่อน และก้าวต่อไปให้ได้ มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นฝ่ายตามหลัง 

“อย่าสร้าง Metaverse ด้วยแผนการที่จะช่วยให้แพลตฟอร์มอื่นได้ระดมคนและรักษาฐานผู้ใช้งานไว้ แต่ต้องสร้าง Metaverse โดยไม่ปล่อยให้พวกนั้นได้ตั้งตัวในธุรกิจ VR ได้เลย”

“Google และ Apple ยังจบต้นชนปลายไม่ถูกในโลกของ VR  Daydream (ซอฟแวร์ VR ของ Google) คือเรื่องที่น่าขำ”

หลัง มาร์ก อันดรีสเซน อ่านอีเมลฉบับนี้จบ เรื่องก็ถูกส่งต่อไปยัง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก และ Facebook ก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที เจสัน รูบิน ถูกโยกจาก Oculus ให้มารับตำแหน่งรองประธานด้านเนื้อหา ของ Metaverse เพราะนอกจากจะเป็นต้นไอเดียแล้ว เจสัน คือคนที่รอบรู้เกี่ยวกับระบบ VR มากที่สุดคนหนึ่ง ดังนั้นสำหรับโลก Metaverse ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ VR เป็นหลัก คงไม่มีใครเหมาะสมไปมากกว่าเขาอีกแล้ว

ก้าวสู่อนาคตในโลก Metaverse

ในฐานะหัวเรือใหญ่ของโปรเจ็กต์ Metaverse เจสัน รูบิน กล่าวถึงมุมมองในอนาคตที่เขามีต่อโลกเสมือนจริงใบนี้เอาไว้ว่า

“ภายในสองทศวรรษ เวลาที่ผู้คนใช้ใน Metaverse จะเทียบเท่ากับการดูทีวีในยุค 90s และการใช้ Facebook ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา”

“คุณอาจจะเปิด Facebook ขึ้นมาเช็คหลายครั้งต่อวัน แต่คุณสามารถอยู่ในโลก Metaverse ตลอดเวลา คุณสามารถทำงานในนั้นได้ และอาจจะชอบชีวิตในนั้นมากกว่าในโลกความจริงก็ได้”

“แน่นอนว่ามันจะสร้างรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี รายได้เหล่านั้นจะมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์เสมือนจริง หมวก อาวุธ รวมถึงการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ Gucci สามารถเปิดร้านค้าเสมือนจริง และ Comcast (เจ้าของ CNBC parent NBCUniversal) จะจ่ายเงินสำหรับป้ายบิลบอร์ดยักษ์ใน Metaverse ที่เขียนข้อความว่า ‘Comcast: Get Better MetaSpeed!’”

“ถ้า Metaverse เป็นที่ ๆ ผู้คนใช้เวลากับมันมากพอ ก็จะสามารถสร้างเศรษฐกิจของตัวเองได้”

เพื่อทำให้ Metaverse เกิดขึ้นจริง เจสัน ได้เปลี่ยนความคิด จากในปี 2018 เขาเคยเขียนในอีเมลไว้ว่า Facebook สามารถทำให้สำเร็จได้เพียงลำพัง เขาออกมากล่าวเรื่องนี้ในการสัมภาษณ์กับสื่อ CNBC ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

“ผมได้เปลี่ยนแนวทางแล้ว เพื่อทำให้ Metaverse เกิดขึ้นได้จริง เราต้องสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเปิดกว้าง และไม่จำกัดเฉพาะบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เราต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น เราต้องสร้างมันขึ้นมาหลายขั้นตอน เพราะมันจะต้องใช้เวลานาน”

“แน่นอนว่าเราคาดหวังการแข่งขันกับบริษัทอื่นเพื่อพัฒนาตัวเองในอนาคต”

Insomniac Games, Gearbox Software, Ready at Dawn, Supernatural ชื่อบริษัทเกมและ VR เหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ Meta (Facebook) เข้าซื้อกิจการ เพื่อมารวมทีมกันสร้างโลก Metaverse เนื่องจากแต่ละบริษัทมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งเป็นส่วนที่ Meta ไม่สามารถทำเองได้ทั้งหมด
ถึงแม้ เจสัน รูบิน และ  มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก จะกล่าวถึงโลก Metaverse ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตได้อย่างน่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังตามหลังมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดขึ้นมาจริงๆ หรือหากมันเกิดขึ้นมา ปัญหาในโลกเสมือนจริงที่กฎหมายยังเข้าไปไม่ถึง น่าจะมีมากมายไม่เว้นแต่ละวัน หากควบคุมไม่ดี จากโลกยูโทเปียที่วาดฝันไว้ ก็อาจจะกลายเป็นโลกดิสโทเปียได้เช่นกัน

มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้…

แหล่งอ้างอิง

https://www.cnbc.com/2021/10/30/facebooks-meta-mission-was-laid-out-in-a-2018-paper-on-the-metaverse.html
https://www.shacknews.com/article/125797/facebook-reshuffles-metaverse-team-adds-jason-rubin-from-oculus-and-more
https://www.interactive.org/Interviews/a_conversation_with_jason_rubin.asp
https://www.protocol.com/newsletters/gaming/facebook-meta-rebrand-gaming-competition?rebelltitem=2#rebelltitem2
https://www.forbes.com/sites/charliefink/2021/07/29/this-week-in-xr-you-say-potato-i-say-metaverse/?sh=31f481a53558
About Author
Graphic
นิสัยเหมือนหมา น่ารักเหมือนแมว ที่รักในเนื้อย่างสุดหัวใจ