Joojee’s Journey 8 ปีจาก “แพ็คเกจถุงเท้า” สู่เกมคนไทยบน Nintendo Switch


ย้อนไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว “Joojee” ยังเป็นงานออกแบบที่ไม่มีใครชอบ แต่ความไม่ยอมแพ้ของนักวาดการ์ตูนสาว Mindmelodyworld เธอมุ่งมั่นพัฒนาเจ้ากระต่ายสีชมพูมาอย่างต่อเนื่อง จนได้พบกับ Quantum Peaks ทีมพัฒนาเกมชาวไทยที่ทั้งหมดเป็นอาจารย์และนักศึกษา มาช่วยสานฝัน และพา  “Joojee” สู่สายตาคนทั่วโลก โดยใช้ “เกม” เป็นสะพานเชื่อม 

Len.game พาไปพบกับเรื่องราวของทั้งสองทีม ก่อนจะมาเป็น Joojee’s Journey เกม 2D Platformer สุดน่ารักที่เปิดตัวอย่างสวยงาม และเรียกเสียงฮือฮามาตั้งแต่งาน Tokyo Game Show 2019 กระทั่งวางขายบน Nintendo Switch แล้วในวันนี้ (11 พ.ย. 2564)

Joojee จุดเริ่มต้นมาจาก ‘แพ็คเกจถุงเท้า’

“Joojee” หรือ ‘จู้จี้’ กระต่ายสาวสีชมพู เกิดขึ้นครั้งแรกขณะที่ ‘มายด์’ นักศึกษาปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับโจทย์ในวิชา Package Design ให้ออกแบบแพคเกจถุงเท้า ด้วยความที่ชอบวาดรูปสัตว์มาตั้งแต่เด็ก เธอจึงใช้สัตว์มาเป็นตัวละครหลัก โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือเด็กประถมต้น

ภาพสเก็ตช์แรกของเธอคือกระต่าย แต่ดูเหมือนจะไม่ถูกใจอาจารย์นัก “ถ้ารู้ตัวว่าวาดรูปไม่สวย ก็หันไปเอาดีทางไอเดียดีกว่าไหม?” คำพูดนี้ทำเอามายด์เสียความมั่นใจไปพักใหญ่ จนโดดเรียนไปนั่งร้องไห้คนเดียว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเธอก็ตระหนักว่า ควรนำความเห็นของอาจารย์มาเป็นแรงผลักดันให้เธอพัฒนางานต่อไปมากกว่า หลังจากนั้นมายด์ก็ตัดผมสั้น และมุ่งมั่นทำโปรเจ็กต์ถุงเท้ากระต่ายออกมาจนสำเร็จ 

“ถึงแม้จะเป็นงานที่โดนตำหนิและไม่มีใครชอบ แต่งานชิ้นนี้เราวาดออกมาจากหัวใจ ออกมาจากตัวตนของเราจริง ๆ” 

สุดท้าย มายด์ก็พัฒนาผลงานชิ้นนี้ต่อในโปรเจ็กต์อื่น ๆ เพื่อพิสูจน์ว่ากระต่ายน้อยตัวนี้จะกลายเป็นที่รักของทุกคนได้ เมื่อพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จำนวนคนชอบก็มีมากขึ้น ประกอบกับความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม เธอจึงเปิดไอจี และเพจเฟซบุ๊ก เพื่อนำเสนอกระต่ายน้อยสู่สายตาคนภายนอก และสุดท้ายก็กลายมาเป็น ‘จู้จี้’ ตัวละครหลักแห่ง Joojee World  ที่คว้ารางวัล คาแร็กเตอร์ดีไซน์แห่งปี จาก Bangkok International Digital Content Festival 2015 (BIDC) และชนะเลิศ Thailand Digi Challenge 2015 มาแล้ว 

ในช่วงที่ได้รับรางวัล มายด์ ยังเคยวาดฝันเอาไว้ว่าภายใน 5 ปี เธออยากให้ “Joojee” เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ และเวลานั้นก็มาถึงจริง ๆ  

“หัวหน้าของพวกเราเขามีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนผลงานของคนไทย จึงติดต่อคุณมายด์ เจ้าของการ์ตูน Joojee ว่าจะขอนำมาทำเป็นเกมสู่สายตาชาวโลก ก่อนจะมอบหมายหน้าที่ตรงนั้นให้พวกเรา”
อาจารย์จั๊มพ์ – รวิศวร์ มโนมัยวิบูลย์ Game Director, Producer และ Lead Game Designer ของ Quantum Peaks กล่าวถึงที่มาการร่วมงานกัน เพื่อพาเจ้ากระต่ายสีชมพูและผองเพื่อนเข้าสู่โลกของเกม 

Quantum Peaks ทีมพัฒนาเกม “พาร์ทไทม์” ของอาจารย์ และเหล่านักศึกษา

Quantum Peaks คือทีมพัฒนาเกมที่เป็นการรวมตัวกันของอาจารย์และนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้องค์กร ศูนย์นวัตกรรมการออกแบบดิจิทัลและเทคโนโลยี (Digital Innovative Design And Technology Center – DIDTC) เคยมีผลงานสร้างชื่อมาแล้วเมื่อต้นปี 2021 กับ “Bloody Bunny: The Game” ที่นำตัวละคร Bloody Bunny กระต่ายเลือดสาด แอนิเมชันดังฝีมือคนไทย มาดัดแปลงทำเป็นเกมแอ็กชัน Hack and Slash หรือเกมแนวบู๊ล้างผลาญเดินฟันเลือดสาด

อย่างไรก็ตาม ทีมที่ทำ Bloody Bunny และ Joojey’s Journey เป็นคนละทีมกัน (แต่อยู่ใต้การบริหาร DIDTC เหมือนกัน) โดยทีมของ “อาจารย์จั๊มพ์” ได้รับโปรเจ็กต์ Joojee มาจากผู้อำนวยการ Quantum Peaks Studio ที่เล็งเห็นศักยภาพของ Joojee World การ์ตูนดังบนเฟซบุ๊ก

“ทีมที่ทำ Joojee’s Journey ไม่มีใครเป็นฟูลไทม์เลยครับ เพราะพวกเราก็ต้องสอนหนังสือ ในขณะที่ทีมงานส่วนใหญ่เกือบ 30 ชีวิต ก็เป็นลูกศิษย์ของเราเอง” อาจารย์จั๊มพ์ กล่าว 

เกมนี้ เป็นผลงานจากสาขา Innovative Digital Design (IDD) และ Creative Digital Technology (CDT) โดยมี 3 หัวเรือใหญ่คือ อาจารย์จั๊มพ์ และ อาจารย์พีช – อดิศรา พร้อมเทพ Art Director / Lead Animator พร้อมด้วยเพื่อนสนิทของ อาจารย์จั๊มพ์ ตั้งแต่สมัยเรียนอย่าง ตั้ม – นนทิ สิทธิคง Co-game Director / Technical Director 

“ทีม Developer, Programmer และ Designer ส่วนใหญ่ คือนักศึกษาปี 3-4 ที่พวกเราเห็นว่าน่าจะมาช่วยทำงานนี้ได้ดี เพราะสอนมาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาปี 1 จะได้รับหน้าที่เป็น Artist คอยช่วยเหลืออาจารย์พีช”

โจทย์สุดหิน Joojee จะออกมาเป็นเกมแนวไหน

ความยากของโปรเจ็กต์นี้คือการดัดแปลงตัวละคร ‘จู้จี้’ ให้ออกมาเป็นเกม ครั้นจะให้เป็นเกม FPS หรือแอ็กชันเต็มตัว ก็จะดูแปลก ๆ ขัดกับความน่ารักของตัวละคร ต่อให้เป็น 2D Side-scrolling (เกม 2 มิติ มุมมองด้านข้าง) ก็ติดปัญหาตรงที่แล้วจะให้ศัตรูเป็นตัวอะไร

“เราหาข้อมูล และได้ไอเดียหลากหลายมาลองผิดลองถูก ตอนนั้นพวกเราชอบ Hollow Knight ซึ่งเป็นแนวแอ็กชันผจญภัยมุมมองด้านข้าง จึงอยากทำ Joojee ให้เป็นเกมแนวนี้บ้าง แต่ก็ติดตรงที่จู้จี้จะไปเตะต่อยกับอะไร สุดท้ายไอเดียนี้จึงล่มไป”

หลังจากใช้เวลาช่วง Pre-Production อยู่พักใหญ่ จึงได้ข้อสรุปว่าจะทำ Joojey’s Journey เป็นเกมแนว 2D Platformer ผสมผสานกับ Puzzle และดึงความน่ารักของจู้จี้ให้มาเป็นจุดเด่นของเกม 

“ความยากอีกอย่างหนึ่งคือ ขณะที่เราเริ่มพัฒนาเกม เพจ Joojee World เป็นการ์ตูนดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่มีเส้นเรื่องหลัก เราจึงต้องคิดเนื้อเรื่องใหม่ เสกทุกอย่างขึ้นมาหมด” อาจารย์พีช กล่าวเสริม

“แต่ตอนนี้ Joojee World มีเนื้อเรื่องแล้วนะ Joojey’s Journey จึงกลายเป็นไทม์ไลน์คู่ขนานแทน”

10% สุดท้ายของเกมกลับใช้เวลากว่า 90% ของการทำเกมทั้งหมด

หลุมพรางขนาดใหญ่ที่นักพัฒนาเกมหน้าใหม่มักจะเข้าไปติดกับ คือช่วง 10% สุดท้ายของการทำเกม เพราะใช้เวลามากกว่า 90% ของเวลาทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ทีม Quantum Peaks รวมถึงนักพัฒนาเกมหลายรายเคยประสบมาจนเป็นเรื่องปกติ และในบางครั้ง ก็ลงเอยด้วยการทำเกมไม่เสร็จ

“ช่วงที่เกมใกล้เสร็จแล้ว เราจะมีความคิดอยากจะเพิ่มนู่นเพิ่มนี่ เพราะคิดว่าเกมมันยังดีกว่านี้ได้อีก สุดท้ายบางโปรเจ็กต์ เราเพิ่มเติมเข้าไปเรื่อย ๆ จนเกมเสียเอกลักษณ์ไป สุดท้ายสิ่งเลวร้ายที่สุดก็อาจเกิดขึ้น นั่นคือเราทำเกมนั้นไม่เสร็จ” อาจารย์จั๊มพ์ กล่าว

“Sometimes we just have to move on.” อาจารย์พีช เสริมว่า หากโปรเจ็กต์ที่เราวาดฝันไว้มันล้มเหลว อย่าใช้เวลาจมอยู่กับมันนาน เดินหน้าต่อไป เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และทำโปรเจ็กต์ใหม่ให้ดีกว่าเดิม 

“หากมีโอกาสกลับไปแก้ Joojee’s Journey อีกครั้ง เราก็อยากแก้นะ เพราะเราก็มีฉากที่อยากแก้ แต่เราต้องตัดใจ move on” 

ตั้ม เสริมว่า เขาอยากเสริมฟีเจอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ทีมงานด้านอื่นทำงานสะดวกขึ้น แต่ด้วยเวลากระชั้นชิด โปรแกรมเมอร์จึงต้องไปเน้นส่วนสำคัญเป็นหลัก

“เราอยากทำอุปกรณ์ที่ Writer และ Designer สามารถแก้ไขข้อมูลได้เองโดยไม่ต้องผ่านเรา ซึ่งเราก็เตรียมฟีเจอร์พวกนี้ไว้เยอะมาก แต่เวลามันไม่พอครับ”

“ผมอยากแก้ตอนจบครับ ตอนจบมันประทับใจอยู่แล้วล่ะ แต่ผมก็ยังอยากเพิ่มบางอย่างเข้าไป และคิดว่าน่าจะทำให้เรื่องราวสมบูรณ์มากขึ้น แต่ขอไม่สปอยล์แล้วกันครับ” อาจารย์จั๊มพ์ กล่าวปิดท้าย

ใครอยากผจญภัยไปกับกระต่ายจู้จี้และผองเพื่อน ใน Joojee’s Journey ซื้อมาเล่นได้แล้ววันนี้บน Nintendo Switch ในราคา 8.99 ดอลลาร์ 

อยากทำเกมแต่ไม่เก่งโปรแกรม วาดรูปไม่สวยต้องเริ่มอย่างไร? 

“ผมบอกเด็กหลายคนว่า ถ้าคุณชอบเล่นเกม อยากทำเกม แต่ไม่เก่งด้านโปรแกรมและศิลป์ สิ่งแรกที่ทำได้ และไม่ต้องพึ่งใครด้วยคือการสร้างบอร์ดเกม” อาจารย์จั๊มพ์ เล่าถึงสิ่งที่เคยแนะนำลูกศิษย์ให้ฟัง ว่าการทำเกมไม่จำเป็นต้องเขียน Coding เป็น หรือวาดรูปสวย เพราะการทำเกมออกมาให้ได้ยังมีอีกหลายวิธี เช่น อาจจะร่างไอเดียขึ้นมาด้วยกระดาษกับปากกา แล้วทดลองเล่นดูว่าสนุกหรือเปล่า ถ้ามันสนุกดีแล้วหรือเป็นออกเกมอย่างที่ต้องการแล้ว ก็นำไอเดียไปต่อยอดกับ Programmer และ Artist ให้ช่วยทำให้เกมนั้นมีตัวตนขึ้นมาจริง ๆ 

“เด็กจบใหม่ส่วนมากจะไฟแรง อยากทำเกมสเกลใหญ่ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อย ผมกล้าฟันธงเลยว่าโอกาสที่เกมจะเสร็จอยู่ที่ 0% เพราะฉะนั้น การเริ่มต้นด้วยโปรเจ็กต์เล็ก ๆ แล้วทำให้สำเร็จ จะทำให้เรารู้สึกดีที่เรามีเกมเป็นของตัวเองแล้ว ซึ่งนั่นจะทำให้เรามีกำลังใจที่จะพัฒนาต่อ” 

ส่วน ตั้ม แนะนำว่า “ถ้าอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ และเกมดีไซเนอร์ Coding คือสิ่งสำคัญมาก” ปัจจุบัน 

มีเครื่องไม้เครื่องมือ วิธีการ รวมทั้งโปรแกรมฟรีบนอินเทอร์เน็ตเยอะมาก หากอยากทำก็สามารถเดินหน้าลุยได้เลย รวมทั้งฝึกฝนฝีมือบ่อย ๆ ยังไม่ต้องตั้งเป้าว่าจะต้องขายได้ ให้ลองใส่ไอเดีย ทำต้นแบบขึ้นมาก่อน เปลี่ยนโปรเจ็กต์ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชำนาญ แล้วจึงลงมือทำเกมจริงทีเดียว ก็จะพลาดยาก และมีโอกาสทำเกมออกมาจนสำเร็จสูง 

“ส่วนคำแนะนำสำหรับสาย Artist คือลองทำไปเลย ไม่ต้องกลัวผิดถูก มีหลายคนกลัวว่าจะยาก กลัวความล้มเหลว เช่น ก่อนหน้านี้ เราเคยคุยกับเพื่อนว่าอยากทำเกมจีบหนุ่ม เพื่อนก็ปฏิเสธเพราะคิดว่ายาก แต่เราคิดว่า สิ่งสำคัญของเรื่องนี้ คือ เราได้ลองทำแล้วหรือยังมากกว่า” อาจารย์พีช สรุป 

ดังนั้นการทำเกมออกมาให้สำเร็จ อาจไม่ต้องอาศัยการมีพื้นฐานแน่นอย่างคนที่เคยร่ำเรียนมาเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ถ้าคุณสนใจจริง หมั่นฝึกฝน พยายามหาไอเดียแปลกใหม่ และสุดท้ายคือกล้าลงมือทำ อย่างไม่กลัวความล้มเหลว แล้วความสำเร็จอาจรอคุณอยู่เบื้องหน้าในสักวันหนึ่ง

เช่นเดียวกับการผจญภัยของจู้จี้ใน Joojee’s Journey ที่ทำให้เธอเติบโตขึ้น 

About Author
AUTHOR
แขนขวาสักงงจนตาลาย แขนซ้ายสักทำไมนั่นลูกหมี ขาขวาสักสักไปเหอะมันสวยดี ขาซ้ายสักทีมีกระเด็น ข้างหน้าห้อยพระปิดตา ข้างหลังบอกมามองไม่เห็น สองสีข้างลงอักขระเจ้าเบ็นเท็น หน้าผากเป็นรอยแผลตกรถเมล์
Graphic
นิสัยเหมือนหมา น่ารักเหมือนแมว ที่รักในเนื้อย่างสุดหัวใจ