Final fantasy จินตนาการสุดท้ายที่ยังไม่จบลงในปีที่ 34


เดือนกันยายน 1986 แผนกผลิตซอฟท์แวร์เกมของเดนยูฉะ บริษัทก่อสร้างระบบสายไฟ แยกตัวออกมาเป็นบริษัทใหม่ ในชื่อ Square – ไม่ได้เขียนผิด แต่บริษัทก่อสร้างระบบสายไฟแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีแผนกทำเกมอยู่จริง ๆ เพราะ มาสะฟูมิ มิยาโมโต้ ลูกชายของเจ้าของบริษัทนั้น ไม่ได้สนใจจะสืบทอดธุรกิจของพ่อ เมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยวาเซดะในปี 1983 มิยาโมโต้คนลูกก็เลยตั้งแผนกทำเกมอย่างที่ตัวเองชอบในบริษัทพ่อเสียอย่างนั้นเอง ก่อนจะแยกตัวในอีกสามปีต่อมา(มันจะอยู่ด้วยกันได้ยังไงล่ะพ่อคุณ)

ในช่วงที่อยู่กับบริษัทพ่อ มิยาโมโต้จ้างนักศึกษาคนหนึ่งชื่อ ฮิโรโนบุ ซากางุจิ เข้ามาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ หลังจากผลงานเกมแนวผจญภัยบนเครื่อง PC ของเขาเริ่มจะขายดี ซากางุจิก็ตัดสินใจดรอปเรียนไว้ก่อนเพื่อมาจริงจังกับงานเกม พอแยกตัวมาเป็น Square เขาก็กลายเป็นพนักงานเต็มเวลา แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง เพราะเมื่อบริษัทต้องหาเงินเลี้ยงตัวเอง การสร้างเกมแนวแอ็คชั่นเพื่อป้อนให้กับเครื่องเกมยอดนิยมอย่าง Famicom ก็เป็นเส้นทางที่ Square ต้องเลือก และแม้ซากางุจิจะทำได้ แต่มันก็แค่ทำได้ เพราะไม่ใช่ทางถนัด โครงการทำเกมแนวสวมบทบาท(Role-Playing Game หรือ RPG)ที่เขาเสนอว่าอยากทำ ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง – ถึงจุดนี้เขาเริ่มหมดสนุกและคิดถึงการกลับไปเรียนต่อ

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 1986 เมื่อ Dragon Quest ว่าที่เกม RPG แห่งชาติของญี่ปุ่น วางจำหน่ายภาคแรกบนเครื่อง Famicom และประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย จึงทำให้ผู้บริหารต้องคิดใหม่ และตัดสินใจไฟเขียวโครงการของซากางุจิในที่สุด ซากางุจิให้ชื่อเกมในระหว่างการพัฒนาว่า FF และตั้งใจไว้ว่า ถ้าเกมไม่ประสบความเร็จ ก็จะอำลาวงการแล้วกลับไปเรียนต่อเสียที

FF ได้รับแรงบันดาลใจจากเกม RPG ตะวันตกที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เล่นเกม PC ชาวญี่ปุ่นอย่าง Ultima และ Wizardry ในขณะที่ระบบการต่อสู้ได้รับแรงบันดาลใจจากเกม RPG แนวนั่งเล่นล้อมวงอย่าง Dungeons & Dragons ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาชีพของตัวละครตั้งแต่เริ่มเกม, ระบบแพ้-ชนะด้วยธาตุต่าง ๆ ฯลฯ

ซากางุจิหาทีมงานมาร่วมทัพได้ไม่มากนัก เนื่องจากขึ้นชื่อเรื่องความเป็นบอสสุดโหด ทั้งเข้มงวดและช่างเลือก ซึ่งความช่างเลือกนี้ก็เกือบทำให้เขาคลาดกับทีมงานคนสำคัญ เมื่อ เคนจิ ทาราดะ ฟรีแลนซ์ที่เข้ามารับงานเขียนบท แนะนำนักวาดคนหนึ่งให้ แต่ซากางุจิบอกปฏิเสธทันที เพราะไม่เห็นเคยได้ยินชื่อมาก่อน ต่อมาเขาส่งแฟ้มภาพวาดที่รวบรวมมาจากนิตยสาร ส่งไปให้ทาราดะ แล้วบอกว่าต้องการภาพอย่างนี้ ทาราดะจึงตอบกลับมาว่า ก็นี่แหละ ภาพพวกนี้คือฝีมือของ โยชิทากะ อามาโน่ คนที่เคยแนะนำไปแต่แรก

ทีมสร้าง FF ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โนบุโอะ อุเอมัตสึ เข้ามาทำเพลงให้, ฮิโรยูกิ อิโต มาช่วย debug จนตัวเกมเริ่มดูมีทรงขึ้น บริษัทจึงส่งทีมงานของ ฮิโรมิจิ ทานากะ ดีไซเนอร์อีกคนเข้ามาช่วย ในขณะที่ทีมงานชุดเดิม(ที่ยังทนกับความโหดของซากางุจิได้ ไม่หนีไปเสียก่อน)ก็ฮึดสุดขีดเพราะต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าเอาอยู่ ทำได้

ช่วงใกล้พัฒนาเสร็จ ซากางุจินำตัวเกมฉบับทดลองเล่นไปเสนอกับ ฟามิคอม ซือชิน นิตยสารดังในยุคนั้น แต่ถูกปฏิเสธไม่ขอรีวิวให้ แต่คู่แข่งอีกเจ้าอย่างฟามิซือ เสนอเรื่องราวของเกมนี้แบบเต็มเหยียด ถึงจุดนี้ซากางุจิตั้งใจจะสู้ให้สุดตัว บริษัทวางแผนผลิตตลับเกมล็อตแรกออกมาสองแสนตลับ แต่เขาไปขอให้เพิ่มจำนวนผลิตเป็นสองเท่า ด้วยเหตุผลว่า ถ้าขายแค่สองแสน แล้วจะมีโอกาสสร้างภาคต่อได้อย่างไร ซึ่งนับว่าวัดใจมาก ๆ เพราะ โนบุโอะ อุเอมัตสึ เคยเผยกับ Wired ว่า Square ในตอนนั้น ใกล้จะเข้าสู่สภาวะล้มละลายเต็มที และนี่ก็อาจเป็นเกมสุดท้ายก่อนจะแยกย้ายกัน

18 ธันวาคม 1987 FF ที่สุดท้ายได้ชื่อเต็มว่า Final Fantasy ออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่น และสี่แสนตลับที่ผลิตออกมาในล็อตแรกนั้น ก็ไม่พอขาย – เสียงตอบรับจากทั้งผู้เล่นและนักวิจารณ์เป็นบวกสุดขีด Square ที่สถานะทางการเงินยังง่อนแง่นอยู่ในตอนนั้น ก็ได้ลืมตาอ้าปากเป็นค่ายใหญ่เต็มตัวจากนี้ เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วนำไปวางจำหน่ายตลาดในอเมริกาเหนือ ก็กลายเป็นว่าขายดีกว่าในญี่ปุ่นไปเสียอีก

มาสะฟูมิ มิยาโมโต้ ไฟเขียวให้สร้าง Final Fantasy II ทันที ทีมงานเดิมอยู่กันพร้อมหน้า ซากางุจิจึงไม่ได้กลับไปเรียนต่อ ทำงานที่ Square ไปจนถึงปี 2003 ปัจจุบันเขาเป็นผู้บริหารค่ายเกม Mistwalker และเป็นติ่ง Final Fantasy XIV ขนาดหนัก ส่วนซีรีส์ Final Fantasy วันนี้มีอายุ 34 ปีพอดี ยังแข็งแรงดี และกำลังจะมีภาคใหม่

ข้อมูลจาก
https://www.mcvuk.com/development-news/sakaguchi-discusses-the-development-of-final-fantasy/?fbclid=IwAR0ygnkAVGUWR11sJNVb-yJMP9IOD6pKbZxPZDQRtB37bTeDkJFFlCv2T2U
https://www.famitsu.com/news/201505/24079276.html?fbclid=IwAR0ygnkAVGUWR11sJNVb-yJMP9IOD6pKbZxPZDQRtB37bTeDkJFFlCv2T2U
https://www.destructoid.com/final-fantasy-was-almost-called-fighting-fantasy-creator-explains-actual-reason-behind-the-name/?fbclid=IwAR33lM-gk09GPZWdGImjWDwozZhZOM_bFpX92bc5tLeY_xZo-FGOR2N-Yr8
https://www.wired.com/2009/07/final-fantasy/?fbclid=IwAR2zvNUHP3qGhiAEAdnNlthrAP45jjAlEK2PsLALlYnbZRPY6oJPH6-zJzY
About Author
AUTHOR