Halo Infinite – เกม AAA ที่สมกับการรอคอย


หากพูดถึงเกม FPS หรือ First Person Shooter แล้วคุณนึกถึงเกมอะไร? Call of Duty? หรือ Battlefield ที่มีธีมสงครามแนวสมจริง และถ้าหาก เป็น FPS sci-fi ละ หลายคนก็อาจจะมี HALO อยู่ในแวบแรกที่นึกถึง


แม้ในไทยเกมนี้อาจจะยังไม่ฮิตในหมู่ผู้เล่น แต่ปฏิเสธไม่ได้ถึงความเป็นซีรีส์ชั้นนำ โดยเฉพาะ Halo Infinite ถือเป็นภาคหลักที่ 6 ที่ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 6 ปี จากผู้พัฒนา 343 Industries ที่เพิ่งคว้ารางวัล Player’s Voice จากงาน The Game Awards 2021 การรับรางวัลนี้มาครองหลังเกมเปิดตัวเพียงแค่วันเดียว ยังช่วยการันตีคุณภาพ และบ่งบอกถึงกระแสตอบรับที่ดีในหมู่ผู้เล่น


Len.Game – จะพาคุณไปชมพร้อมกันว่า Halo Infinite มีความน่าสนใจอย่างไร จะยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือหรือไม่ ผ่านบทความรีวิวชิ้นนี้

เนื้อเรื่อง : ราวกับดูหนัง Sci-fi ภาคต่อ น่าติดตาม

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Master Chief หรือ Officer John-117 แห่ง หน่วย SPARTAN II เช่นเดียวกับภาคก่อนหน้านี้ โดยเรื่องราวจะเกิดหลังจากภาค 5 ประมาณ 6 เดือน หลังจากที่ AI ผู้ช่วยในภาคเก่า อย่าง Cortana ได้รวบรวม AI และสร้างกลุ่ม The Created ขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบกาแล็กซีขึ้นมาใหม่

ยาน UNSC Infinity ของฝ่ายต่อต้านถูกโจมตีโดยกองทัพของ Atriox จนทำให้ Master Chief เสียท่าถูกเหวี่ยงออกไปนอกอวกาศ และได้รับการช่วยเหลือโดยนักบินของ UNSC ทั้งสองได้เดินทางไปยัง Halo เพื่อค้นหา The Weapon (AI ที่เหมือน Cortana) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลบ Cortana ทำให้ Master Chief จำเป็นต้องต่อสู้เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับความจริงของ Cortana พร้อมปกป้องกาแล็กซีไปด้วย

การเล่าเรื่องของเกมเต็มไปด้วยการตอบคำถามที่ค้างคาจากภาคก่อน ๆ แต่ยังคงดำเนินเส้นเรื่องตามอย่างนิยาย Sci-Fi ทั้งเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม มีฉากตื่นเต้นให้ได้ลุ้นไปกับภารกิจในอวกาศกันอยู่ตลอด พร้อมกันนี้ยังปูทางสู่ภาคต่อ ๆ ไป ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้เล่นอยากรู้ว่าในภาคต่อ ๆ ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของ Halo

ระบบการเล่น : มีทุกอย่างที่ FPS ควรจะมี

ใน Halo Infinite ในโหมด Campaign นั้นยังคงใช้รูปแบบการเล่นแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง หรือ FPS แต่ก็มีบางฉากออกแนว Open-World มีพื้นที่ให้ผู้เล่นสำรวจแผนที่อย่างอิสระ โดยจะมีของ AREA Collectibles ให้ได้เก็บกัน และตัวแผนที่ยังมีระบบ Fast Travel (แต่ต้องเปิดใช้งานก่อน) ซึ่งเมื่อเปิดแล้วการเดินทางก็จะสะดวกสบายขึ้น ส่วนอาวุธ และระบบพาหนะ ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมจากภาคก่อน ๆ

ระบบ Combat ในเกม ยังคงระบบการเล่นที่เป็น Core หลักจากภาคก่อน ๆ ไว้อย่างครบถ้วน และปรับปรุงให้ดีขึ้น เพิ่มในส่วนของลูกเล่นพิเศษอย่างการ Grapple เกาะพื้นที่ต่าง ๆ, ดึงเข้าหาศัตรูเพื่อโจมตีระยะประชิด และใช้เก็บของได้ การ Thruster เพื่อ Dash หลบกระสุน หรือเอาไว้ใช้ข้ามพื้นที่ก็ได้ ผู้เล่นสามารถอัปเกรดลูกเล่นพิเศษพวกนี้ด้วย Spartan Cores สำหรับอาวุธที่ให้มาในเกมนั้นก็มีหลายประเภท ในแต่ละประเภทก็ยังมีความแตกต่างของกระสุน แบ่งออกเป็น Type ดังนี้

-Kinetic Weapons อาวุธประเภทปืนกระสุนปกติเอาไว้โจมตีพวกเกราะเบา (รวมถึงอาวุธเริ่มต้นในเกมอย่าง ปืนพก ก็นับเป็น Kinetic Weapons)

-Hardlight Weapons อาวุธอานุภาพสูง สามารถเจาะเกราะศัตรูได้ โดยใช้คลื่นความร้อนหรือแสงบีม โจมตีศัตรู

-Plasma Weapons อาวุธประเภททำลายเกราะบาเรียหรือโล่พลังงาน

-Shock Weapons อาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการโจมตียานพาหนะ

-Power Weapons อาวุธทรงพลังที่สุดในเกม ใช้สำหรับ 1 Hit Kill โดยอาวุธชนิดนี้จะมีบางชิ้นที่ใช้โจมตีระยะประชิดด้วย

[ในภาพ: Spartan Cores ที่มีให้เก็บตามแผนที่ไว้สำหรับอัปสกิลล์]

Performance : ไม่เหมาะกับคอมสเปคต่ำ

ความต้องการระบบขั้นต่ำของ Halo คือ AMD Ryzen 5 1600 หรือ Intel Core I5-4440 RAM8 GB และต้องการการ์ดจอ 4 GB ขึ้นไป AMD RX570 หรือ GTX 1050Ti (หากต่ำกว่านี้ระบบจะแจ้งเตือนว่าแรมการ์ดจอไม่พอ) และรันด้วย DirectX 12 ซึ่งบอกตามตรงว่าไม่เหมาะกับคอมสเปคต่ำทุกประการ

เครื่องที่ผู้เขียนทดสอบ ใช้ I5 10500 + GTX 1070Ti ก็ถือว่าได้เฟรมเรทค่อนข้างดีประมาณ 70-80 ปรับ High แต่ก็ยังมีตกลงมาบ้างในบางฉาก และด้วยขุมพลังของ Slipspace-Engine ที่ผู้พัฒนาใช้ในเกมนี้ก็ทำให้ภาพมีความคมชัด สีหน้าตัวละครแสดงอารมณ์ออกมาได้ดีเยี่ยม ฉากกว้าง ๆ ยังทำออกมาสวยงามมาก ๆ

Multiplayer : เรียบง่าย เข้าถึงง่ายและสนุก

ในส่วนของ Multiplayer นั้น เกมนี้เปิดให้ผู้เล่นที่ไม่ได้ซื้อโหมด Campaign สามารถเล่นกันได้แบบฟรี ๆ ซึ่งจะมีโหมดต่าง ๆ ให้เล่นมากมาย สามารถเล่นกับเพื่อนเป็นทีมสูงสุด 4 คน โดยจะมีโหมด Quick Play ที่เป็นการเล่นแบบ 4 vs 4 โดยในการหาห้องแต่ละครั้ง ระบบจะสุ่มเกมให้เล่น ซึ่งจะมี โหมดชิงธง, ยึดจุด, Team Deathmatch และโหมดครองบอล อีกโหมดที่น่าสนใจคือ Big Team Battle โหมดนี้จะแบ่งทีมผู้เล่น ฝั่งละ 12 คน แผนที่ในเกมจะมีขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็น 4โหมดคือ Team Deathmatch, ชิงธง, ยึดจุด และ Stockpile (โหมดเก็บของที่ต้องนำมาให้ถึงฐานก่อนอีกฝ่าย) ซึ่งโหมด Multiplayer ของ Halo นั้นเข้าใจง่าย เรียบง่าย เข้าถึงง่าย และสนุก ดังนั้นแนะนำเลยครับสำหรับสาย Multiplayer เกมนี้มอบความบันเทิงให้ได้แน่นอน

สรุป : สมกับการรอคอยและรักษาเอกลักษณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม

Halo Infinite คือเกม FPS ที่น่าสนใจทั้งเนื้อเรื่องและโหมด Multiplayer ที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ เห็นชัดว่าทีมพัฒนามีความใส่ใจ และตอบรับคำแนะนำจากแฟนเกมเป็นอย่างดี ในส่วนของ Multiplayer ที่เปิดให้เล่นฟรี ก็ไม่ได้ทำให้เกมด้อยลงไปเลย กลับทำให้อยากลองสัมผัส และอยากเล่นเนื้อเรื่องเข้าไปอีก

ซึ่งหากคุณต้องการความบันเทิงจากเกม FPS ดี ๆ สักเกมหนึ่ง เกมนี้ตอบโจทย์การเล่นของคุณแน่นอน เสียดายที่เกมออกมาปลายปี ไม่เช่นนั้นคงมีโอกาสชิงรางวัล Game of the Year แน่นอน

●ข้อดี
– เนื้อเรื่องในโหมด Campaign สนุกน่าติดตาม
– โหมดมัลติเพลเยอร์ เปิดให้เล่นฟรี และสนุกมาก ๆ (ว่ากันตามตรงสนุกกว่าบางเกมที่เสียเงินอีก)
– กราฟิกสวยงาม
●จุดน่าสังเกต
– เกมค่อนข้างกิน Spec ต้องการการ์ดจอ 4GB ขึ้นไป
– ยังมีบั๊กบางส่วนที่ทำให้เด้งออกจากเกม
– ตัวเกมโหลดฉากนานไปหน่อย

About Author
AUTHOR