คุยเจาะลึก! “Anong Cosplayer” นักคอสเพลย์สายเกม เรื่องคอสจัดเต็ม เรื่องเกมจัดหนัก


รับชมวีดีโอสัมภาษณ์ได้ที่นี้ https://youtu.be/fo0cstzvqn8

วันนี้ทาง Len.game ได้มีโอกาสในการสัมภาษณ์ Anong Noon Cosplayer หรือ คุณนุ่น นักคอสเพลย์ที่มีผลงานมากมายให้เราได้รับชมกัน พร้อมได้ร่วมงานกับวิดีโอเกม และเกมมือถือดังอีกมากมาย และไม่ใช่แค่การคอสเพลย์ที่ได้ใจเราเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเส้นทาง การคอสเพลย์ของเธอ ที่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ 

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราจะได้รับรู้ทุกแง่มุมของการคอสเพลย์ ว่ามีความน่าสนใจอย่างไร มีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไร และมีความประทับใจอย่างไรบ้าง ปิดท้ายด้วยมุมมอง ฝีมือ และความชื่นชอบต่อวิดีโอเกมที่ไม่ธรรมดา

จุดเริ่มต้นและความชอบ

  • เริ่มสนใจในการคอสเพลย์มาตั้งแต่เมื่อไหร่

แต่ก่อนเราไม่รู้จักคอสเพลย์เลย เริ่มต้นจากสื่งที่ทำให้เรารู้จักตัวการ์ตูนก่อน ตอนนั้นสมัย ป.4 ไปเล่นที่บ้านพี่สาว เค้าเปิดยูทูป ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่ายูทูปคืออะไร ทีนี้พี่สาวก็เปิดเพลง Vocaloid ให้ฟังค่ะ เราก็ดูแล้วแบบ มันคืออะไร ทำไมมีผู้หญิงผมเขียว ๆ ยาว ๆ เราก็ไม่รู้ว่ามันคือทวินเทล ด้วยความที่เราตื่นเต้นกับสิ่งที่พี่สาวเปิดให้ดูมาก เราก็จำชื่อไว้ “Miku” 

ด้วยความที่เรารู้จัก Vocaloid แล้วเราก็เริ่มไปดูอย่างอื่น เป็นพวกอนิเมะ พอเรารู้จักแล้ว มันมีประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่เคยไปงานเกมกับครอบครัว พ่อแม่เขาพาไปเที่ยวงาน ประมาณงานวันเด็ก เราก็ไปเห็นพี่ ๆ กลุ่มหนึ่งเขาแต่งคอสเพลย์ เราก็แบบ เฮ้ย ทำไมมันเหมือนการ์ตูนที่เราเคยดูเคยเห็นเลย เราก็เริ่มสนใจตั้งแต่ตอนนั้นค่ะ ไทม์ไลน์ก็คือ ตอน ป.4 เราเริ่มรู้จักการ์ตูน พอช่วงมัธยมเราก็เริ่มรู้จักคอสเพลย์ค่ะ

  • ผลงานเรื่องใดที่ทำให้เราชื่นชอบในวงการนี้

ตอนนั้นเราไปเจอพี่คนหนึ่ง เขาแต่งเป็นคู(Kooh)จาก Pangya และเราจำได้เพราะเคยเล่นเกมตีกอล์ฟนี้ (บอกอายุมาก) ตอนนั้นเรารู้จักวงการคอส แต่ตอนนั้นเราไม่ได้คอสนะ เราแค่ติดตามคนอื่นเฉย ๆ 

  • ถ้าให้เลือก 1 เรื่อง ที่ชอบที่สุด จะเป็นเรื่องอะไร

ถ้าที่ชื่นชอบที่สุดเลยที่เคยดูมาก็คือ Evangelion ค่ะ เพราะว่าเป็นเรื่องเดียวที่ดูสามรอบกว่าจะเข้าใจ ด้วยความที่เราชอบอะไรที่มันแบบ หุ่นยนต์ ๆ ไซไฟ เราก็คิดว่าเรื่องนี้น่าจะสู้กันมันส์มาก แต่พอเข้าไปดูจริง ๆ นี่มันอนิเมะศาสนาหรือเปล่า ฉันโดนหลอกมาดูอะไร ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจ ทั้งดูภาคทีวีซีรีส์ เดอะมูฟวี่ อ่านการ์ตูน คือกว่าจะเข้าใจจริง ๆ คือดูสามรอบ แต่เนื้อเรื่องมันดีมากค่ะ มันสอดแทรกอะไรหลาย ๆ อย่างที่น่าคิดในทางปรัชญาพอสมควรค่ะ

เรื่องนี้เคยคอสด้วยค่ะ เคยแต่งเป็น Asuka กับ Ayanami Rei ค่ะ 

  • มีปัญหาอะไรหรือไม่ ระหว่างที่เริ่มคอสเพลย์

ตอนเริ่มแรก ปัญหาอย่างแรกเลยคือเงินค่ะ ด้วยความที่เป็นเด็ก เราก็ไม่รู้ว่าต้องใช้อะไรบ้าง เราก็ทำได้แค่ศึกษาดูในยูทูป ดูคนนู้นคนนี้แต่ง แต่เราไม่เคยปฏิบัติจริงเลย เรารู้เลยว่ามันต้องใช้เงินเยอะ แต่ตอนนั้นเราไม่มีเงินเลย เราก็ทำได้แค่เก็บตังค์ค่าขนมที่เอาไปโรงเรียน คุณแม้ให้มาเราก็เก็บไปเรื่อย ๆ กว่าเราจะได้คอสตัวหนึ่ง ตอนนั้นเราเก็บตังค์ 2-3 เดือนเลยกว่าจะได้ชุดคอสเพลย์ชุดหนึ่ง ได้ชุดแรกเราภูมิใจมาก ที่เราเก็บเงินมาแล้วได้ชุดแรก แล้วมันเป็นความรู้สึกที่ลำบากจัง 

เราได้คอสครั้งแรก ตอนนั้นแต่งเป็น Inori ไปงาน Thailand Game Show ตอนนั้นเรารู้ว่ามีสั่งชุดจากจีน และเราก็รู้ว่าเค้ามีสั่งตัดกันนะ แต่เราไม่รู้จักใครเลยตอนนั้น เราก็ทำได้แค่วาดรูปสเก็ตซ์ดูจากในภาพอนิเมะ แล้วก็เอาไปให้คุณป้าแถวบ้านตัดให้ ตอนนั้นจำได้ว่าตัดไปประมาณ 1,700-1,800 และวิกเราก็ซื้อเป็นวิกสีชมพูเปล่า ๆ มา แล้วเราก็มาซอยเอง มานั่งทำเอง ตอนนั้นมันก็สนุกดีนะ แต่ชุด 1,700-1,800 สำหรับเด็กมัธยมคือแพงมาก ทำไมมันลำบากขนาดนี้ แต่ก็สนุกค่ะ

ถ้าเป็นช่วงนี้ ในความรู้สึกคือ เวลาเราจะแต่งสักตัวหนึ่ง เราเพิ่มเลเวลความยากไปเรื่อย ๆ มันท้าทายอ่ะค่ะ ปกติเบสหน้านุ่นคือ ถ้าแนวโลลิมันก็จะเข้าง่าย แต่พอเราอยากเปลี่ยนโจทย์ให้มันยากขึ้น แบบว่าแต่งชายบ้าง หรือแบบผู้หญิงที่มีอายุหน่อยอย่าง Signora จาก Genshin Impact เคยแต่งอยู่ครึ่งหนึ่ง มันก็เหมือนท้าทายความสามารถตนเองว่าเราจะทำได้ไหม ถ้าเราทำไม่ดี แต่เราอยากทำอีกก็แต่งซ้ำ 

  • มีเส้นทางอย่างไรบ้าง กว่าจะได้เป็นเลเยอร์ที่มีชื่อเสียงจนถึงตอนนี้

นุ่นคิดว่า กว่าจะได้คอสเพลย์ 1 ตัว มันจะมี 3 กระบวนการ อันนี้คิดเองนะ หนึ่งคือศึกษาก่อน สองคือปฏิบัติ สามคือปรับปรุง จะเริ่มแต่งสักตัวหนึ่งก็ต้องศึกษาก่อนว่า คนนี้เขาเป็นใครอะไรยังไง นิสัยใจคอเป็นยังไง ชุดเขาเป็นยังไง อะไรคือจุดเด่นของเขา เราต้องศึกษาให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนค่ะ พอศึกษาแล้วก็ไปปฏิบัติ ปฏิบัติก็คือ เราจะแต่งหน้าแต่งตัวเป็นคนนี้ เราต้องใช้อะไรบ้าง อย่างเช่นคิ้ว เช่นคนนี้คิ้วแดงแป๊ดมาเลย เราจะใช้อะไรแทนการเขียนคิ้วปกติ เราอาจจะใช้วิธีการกลบคิ้วได้บ้าง แต่ของนุ่นบางทีก็เอาอย่างอื่นมาใช้แทนที่เขียนคิ้ว อย่างเช่นลิปสติก บางอย่างเราอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่บังเอิญมันได้ เราก็ใช้แทนไปก่อน ต้องรู้จักพลิกแพลง  

บางทีเราซื้อชุดมาจากจีน แล้วมีปัญหาว่าเราใส่มาไม่พอดีตัว เราก็แก้ไขชุดเอง เย็บชุดแก้เอง และก็ปรับปรุง พอเราแต่งอะไรไปแล้ว ถ่ายรูปอะไรไปแล้ว เราก็ประเมินตนเองว่า วันนี้เราทำดีแล้วหรือยัง เราพอใจกับผลงานเราไหม ถ้าเราไม่พอใจต่อไปคือปรับปรุง คือเอาบทเรียนจากการแต่งตัวละครที่แล้วมาใช้กับตัวละครต่อไปที่เราจะแต่ง ก็คือศึกษา ปฏิบัติ ปรับปรุง ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ  

พอเราฟาร์มสกิลนี้ไปเรื่อย ๆ เลเวลเราก็จะอัพขึ้นเรื่อย ๆ มันเป็นประสบการณ์ มันทำให้เราค่อย ๆ โตขึ้นเรื่อย ๆ 

  • ตัวละครไหนที่คอสแล้วประทับใจที่สุด 

เราประทับใจการแต่งจาก Gantz ค่ะ ไม่ได้ประทับใจที่แค่เราแต่งแล้วมันออกมาดี มีคนรู้จักเยอะ แต่ว่ามันมีเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนคอสจนถึงหลังแต่ง ตอนนั้นเราจะไปงาน TCC มันเป็นงานคอสเพลย์ที่จัดที่พารากอน ด้วยความที่เราหาเพื่อนไปงาน เราก็โพสต์ลงเฟสบุกว่า เดี๋ยววันเสาร์อาทิตย์เราจะแต่งตัวนี้ไป แล้วก็จู่ ๆ มีน้องคนหนึ่งเขาอินบอกซ์เข้ามา เขาบอกว่าชอบเรื่อง Gantz เหมือนเราเลยแต่ไม่ค่อยเห็นใครแต่ง และก็อยากแต่งกับเรา คนนั้นคือน้องบี Alysia ค่ะ เราก็รู้สึกว่า เอ้ย มีคนอ่านมังงะเรื่องนี้เหมือนเราด้วยเหรอ เราดีใจมาก เราก็คิดว่า เราจะสั่งทำชุด เพราะตอนนั้นมันไม่มีพรีจากจีน เพราะชุดมันค่อนข้างหายาก มันเป็นชุดบอดี้สูททั้งตัว สีดำ ๆ รายละเอียดมันเยอะมาก เรื่องนี้มันมีเอกลักษณ์ ทุกอย่างเป็นสีดำ อาวุธเป็นสีดำตัดกับฟ้า แล้วมันเท่มากเลย 

เราก็ตกลงกับน้องบีว่า โอเค เราจะตัดชุดร้านเดียวกันนะ จะได้เหมือนกัน แล้วทีนี้ ตอนนั้น ด้วยความที่เรากังวลว่าเราจะหาชุดได้หรือเปล่า เราเครียดมากเลย ใครจะรับตัดบ้างเนี่ย ชุดอย่างยากเลย เราก็พยายามสเก็ตและอธิบายให้ช่างตัดชุดฟังว่าแบบ ทำได้ไหมคะ จนเราไปเจอร้านพี่คนหนึ่งเขาทำให้เรา ทุกอย่างมันก็เสร็จเรียบร้อยทันใช้ 

ต่อมาก็คือ ไปรับของ มีพี่คนหนึ่งเป็นคนทำพรอพให้นุ่น เขาบอกว่าถ้าส่งชุดมาทางไปรษณีย์ จะมาถึงที่บ้านไม่ทัน เขาเลยไปส่งของไว้ที่หมอชิตจากต่างจังหวัดมา แล้วตอนนั้นจำได้ว่าน้องบีก็ไปรับของที่หมอชิตกับหนูนี่แหละ แล้วตอนนั้นก็ดึกมาก จำได้ว่ากว่าจะเห็นกล่องพัสดุจริง ๆ ก็สี่ทุ่มแล้ว ด้วยความที่มันกลางคืน เราก็ไม่ได้มองว่ากล่องที่วางอยู่ตรงนั้นมันใช่ของเราหรือเปล่า เราก็หยิบ ๆ มาเลย ได้ของแล้วกลับบ้าน มีกล่องพรอพกับกล่องชุด 2 คนก็มี 4 กล่อง 

พอน้องบีถึงที่พักแล้ว เขาเปิดกล่องออกมา เขาร้องจ๊ากเลย เขาไม่ได้เจอชุดคอสเพลย์ Gantz แต่เป็นแก้วชานมไข่มุก! เขาก็แบบ ทำไงดี ชุดหนูหายไปไหน เราตกใจมากเลยเราก็รีบกลับบ้าน พอถึงบ้านเรากรีดกล่องลังดูเลย สรุปว่า ที่เราเอามามีทั้งของเราและของน้องบี แต่ที่น้องบีเอาไปมันเป็นของใครก็ไม่รู้ ทีนี้ พี่ฉิมที่เป็นช่างภาพเขาก็แซวว่า เดี๋ยวเอาแก้วพวกนี้มาเปิดเป็นร้าน ชานมนุ่นบีเลย แล้วน้องบีก็ต้องเอากล่องที่เป็นแก้วนั้นไปคืน ตลกมาก 

พอถึงวันงาน เราก็เอาชุดไปให้น้องบี แล้วก็แต่งกันในห้องน้ำ ตอนนั้นมีแต่คนตื่นเต้นที่เราแต่งสองตัวนี้มากค่ะ เพราะมันเป็นอนิเมะเก่า ไม่ค่อยมีคนอ่าน พอเราแต่งก็เหมือนมีคนรู้จักอนิเมะเรื่องนี้มากขึ้นอ่ะค่ะ แล้วก็ไปถ่ายรูปกันอีกรอบหนึ่ง ก็ประทับใจมากค่ะ 

  • สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการคอสเพลย์แต่ละครั้ง คืออะไร

น่าจะเป็นวิกทรงประหลาด ๆ ค่ะ เพราะว่าเราเป็นคนทำเอง ถ้าสมมติว่ามีงานด่วน เราก็ต้องรีบทำส่งลูกค้าให้ได้ ไม่ว่าเดดไลน์จะใกล้ขนาดไหนก็ต้องทำให้ได้ค่ะ ต้องทำตามบรีฟให้ได้ สมมติว่าเราตั้งใจจะโพสต์รูปวันนี้ เราก็ต้องทำให้เสร็จก่อนค่ะ

และสำหรับนุ่นคิดว่า เป็นเรื่องไอเดียท่าโพสด้วยค่ะ เราก็แต่งมาเยอะ มันก็อาจจะมีท่าซ้ำ ๆ กันบ้าง แต่ถ้าเอาให้ง่ายเลยคือ “อินเนอร์” เราเอาความรู้สึกว่าเราเป็นเขา วันนี้เราจะไม่ใช่เรานะ เราจะเป็นเขา เราต้องทำท่าทางยังไง สีหน้ายังไง 

มีอีกเรื่องหนึ่งที่ท้าทายคือเวลาไปถ่ายไพรเวท แบบเช่าสตูดิโอแล้วถ่ายรูปดี ๆ ความยากก็คือเราไม่ได้ถ่ายคนเดียว เราก็ต้องบรีพเขาแบบว่า เราอยากได้แบบไหนยังไง กว่าจะมีผลงานดี ๆ ออกมาหนึ่งชิ้น ก็ต้องใช้ความร่วมมือทั้งเลเยอร์และตากล้องค่ะ คือทั้งสองคนต้องมาทำการบ้าน พอเข้าใจตรงกัน ผลงานก็จะออกมาแบบว้าว กว่าจะเสร็จออกมาหนึ่งภาพ มันก็ต้องมีหลายขั้นตอนค่ะ ทั้งเตรียมของ แต่งหน้า กว่าจะได้ถ่ายจริง ๆ คือมันลำบากค่ะ แต่มันก็สนุกนะคะ

การเล่นเกม

  • เกมแรก ๆ ที่ทำให้ตกหลุมรักการเล่นเกม คือเกมใด ลองเล่าเท่าที่จำได้

ถ้าย้อนไปเลย เป็นเกมเก็บเลเวล RPG สมัยก่อน ชื่อเกมว่า ECO คือเก่ามาก สมัย 2010 ตอนนั้นคือเล่นกับเพื่อน เซิฟเวอร์จริง ๆ เปิดแค่ไม่กี่ปี และเซิร์ฟไทยก็ปิด เราก็รู้สึกว่าเรายังผูกพันกับเกมนี้อยู่เลย เราก็ไปโหลด ฟิลเหมือนเซิร์ฟเถื่อน คนก็เล่นกันเยอะมากเพราะคนคิดถึงเกมนี้กันเยอะมาก มันเป็นเกม RPG ของญี่ปุ่น ภาพมันก็น่ารัก เห็นคนเล่นเยอะก็ดีใจ และก็ไปรู้จักเพื่อนในเซิร์ฟเถื่อน มีหนึ่งในเพื่อนจากเซิร์ฟเถื่อน เขาเล่นกับเราจนกระทั่งเขาเบื่อเกมนี้ เลยชวนเราไปเล่น LoL แทน จากสายเก็บเลเวล ชวนไปเล่น MOBA เฉยเลย

  • ปกติแล้วเป็นคนที่ชอบเล่นเกมแนวไหนมากที่สุด เพราะเหตุใด

ชอบเล่นแนว MOBA ความรู้สึกเราคือ ตอนที่เล่น MOBA เนี่ย ความสามัคคีแน่นอน ถ้าเล่นกับเพื่อนก็สนุก แต่ถ้าเล่นคนเดียวคือ มันวัดเลยว่าสกิลเพลย์เราสามารถแบกทีมได้ไหม มันไม่ใช่แค่คุณใช้สมองในการเล่น แต่คุณต้องเล่นเก่งด้วย เลยชอบเล่น MOBA ความรู้สึกแบบว่าฉันแม่มโคตรฉลาด เวลาชนะก็แบบโคตรเท่เลยว่ะ เวลาชนะก็แบบว่านึกว่าตัวเองลง Worlds 

  • ในขณะนี้ เล่นเกมอะไรเป็นประจำ ชอบเล่นเกมนี้เพราะอะไร

ที่เล่นประจำก็มี Genshin Impact ฟาร์มทุกวัน เหมือนกับเป็นสิ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวันไปแล้ว มีทำเควสต์ทุกวัน บางวันก็ลืม ๆ ทำบ้างก็เสียดาย และก็มี League of Legends วัน ๆ หนึ่งก็เล่นตาสองตาบ้างพอ ให้มันได้เล่นหน่อย และก็ Valorant ถ้าวันไหนรู้สึกว่าว่างจริง วันนี้ฉันจะเล่น พักผ่อน พอเราเล่นแล้วเรายิงได้ก็จะรู้สึกว่า ทำไมวันนี้รีเฟลกซ์ฉันโหดจังเลย สมาธิมาจากไหน วันไหนที่ยิงไม่ได้ก็รู้สึกสมองไหลไปเลยค่ะ

  • ปกติเติมเกมไปเยอะหรือไม่

ไม่ต้องพูด! ถ้าเอามารวม ๆ กัน ถ้าเอาแค่เกมเดียวก่อนอย่าง Valorant สกินปืนก็หมดไปสองหมื่นแล้ว พอแล้ว ทุกวันนี้คือเยอะมาก คือตาหนึ่งก็เปลี่ยนไปอีกสกินหนึ่ง และก็ LoL ก็หมดไปเยอะ ถ้าตัวไหนเป็นเมนเรา เราก็จะมีทุกสกินให้เขาเลยนะ แบบ Nami Ahri Janna ตัวที่เราเล่นบ่อย ๆ ก็จะมีแต่สกิน

  • เกมอะไรที่ยกให้เป็นเกมที่ดีที่สุด เท่าที่เราเคยเล่นมา

ถ้าที่สุดยังยืนยันว่าชอบ League of Legends ค่ะ เพราะว่าเราเล่นตั้งแต่สมัยนู้นเลย สมัยที่เกมเขายังไม่มีภาพเท่าทุกวันนี้ ถ้าเทียบก็คือตั้งแต่ซีซัน 3 มันเก่ามาก ด้วยความที่เราเล่น LoL ตั้งแต่เด็ก เหมือนเราโตมากับเขา เราก็รู้ว่าการเดินทางกว่าจะมาเป็น LoL ในทุกวันนี้ Riot ก็พัฒนามาพอสมควร 

และก็อย่างที่เขาแซวกันว่า Riot คือค่ายเพลง ใช่ ก็คือเพลงเขาเพราะจริง ด้วยความที่เราเป็นแฟน LoL เราก็ติดตามทุกอย่าง ทุกเกมในค่าย Riot เขาอ่ะค่ะ อย่าง Valorant เป็นเกม FPS เกมยิงแรกของค่าย Riot เราก็ไปลองโหลดมาเล่นเพราะอยากรู้ว่าค่าย Riot จะทำมาดีไหม ก็สนุกจริง และก็เพลงอะไรก็ฟังหมด หนังก็ดู Arcane ก็ดู วันนี้ (วันสัมภาษณ์) ก็แต่งเป็น Caitlyn มาค่ะ

  • มาในมุมของตัวละครจากเกม ตัวละครไหนในเกมที่เราชอบมากที่สุด

ชอบ Vayne (League of Legends) ค่ะ คือเรารู้สึกว่าคนที่เล่น Vayne ได้ ต้องมีสกิลเพลย์สูงจริง ๆ มีช่วงหนึ่ง หนูหาคำตอบกับตัวเองว่า แชมเปี้ยนตัวไหนที่มัน มันส์ ๆ เลยวะ มีพักหนึ่งหนูอยากหาความตื่นเต้นให้ตัวเอง ก็เลยไปศึกษามาว่าตำแหน่ง ADC น่าจะมันส์สุดละ เพราะว่าต้นเกมมันไม่มีอะไร ต้นเกมก็แค่ฟาร์ม มันจะได้บู๊จริงก็ตอนไฟต์กับเลทเกม 

ความรู้สึกคือ ตอนเราเล่น ADC ทีมตรงข้ามที่เป็น Assassin หรือ Mage ทุกคนเค้าพยายามจะเอาเรา เพราะเราเป็นดาเมจหลักของทีม และ Vayne นี่มีสกิลเอาตัวรอดสูง Mobility ของตัวนี้ค่อนข้างโอเค เราต้องเก่งจริง ๆ ถึงจะเล่นเขาได้ เวลาเล่น ADC ตอนยิงไม่ใช่แค่กดค้างและยิง ๆ ให้มันออโต้ แต่ Vayne มันมีอะไรมากกว่านั้น เราต้องเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ไปมา เพื่อที่จะหลบสกิลฝั่งตรงข้ามที่เขาจะทำอะไรเรา เวลาเราจูคได้ กลิ้งยิงนี่โคตรเท่ 

  • การคอสเพลย์ตัวละครจากอนิเมะ กับ ตัวละครจากเกม มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

คิดว่าความแตกต่างอยู่ที่เรื่องราวเบื้องหลัง และน่าจะเป็นพรอพกับชุด ถ้าอย่างการ์ตูน บางชุดมันไม่ได้หายากมาก หรือชุดในชีวิตประจำวันมันอาจเอามาใส่แทนกันได้ แต่ว่าเกม ขึ้นชื่อว่าเกมมันต้องแฟนตาซีกว่า มีความอลังการกว่า

  • เนื่องจากเราเห็นว่า ได้คอสเพลย์เพื่อโปรโมทเกมด้วย งานไหนที่รู้สึกประทับใจมากที่สุด

เป็นเกม Honkai Impact 3rd ค่ะ ตอนนั้นเราเหมือนเพิ่งเริ่มคอส และเรายังไม่มีชื่อเสียงอะไร ยังไม่มีงาน แต่เราไปรู้จักนายจ้าง เหมือนเขาติดตามเรา แต่เขายังไม่ได้ลองจ้างเรา แล้วมีครั้งหนึ่งเขาก็ติดต่อกลับมา เราดีใจมากเลย เราทำตัวไม่ถูก แล้วมันเป็นเกมที่เราเล่นด้วยตอนนั้น ทุกวันนี้ก็ยังเล่นอยู่นะ ด้วยความที่เรารักเกมนี้จริง ๆ และเราได้ทำงานร่วมงานกับเขาด้วย เราจำได้ว่าเราตื่นเต้นมาก และเราจะทำให้ดีที่สุดสมกับที่เขาจ้างเรา คิดว่าถ้าไม่มีงานนั้น ก็ไม่มีโอกาสเหมือนกับทุกวันนี้ค่ะ เป็นงานแรกที่แจ้งเกิดนุ่นเลย

ตอนนั้นมีไปยืนบูธที่งาน Thailand Game Show ที่พารากอน แล้วพี่นนท์ (Nontakan Ns.) เค้ามาขอถ่ายด้วย ตอนนั้นยังไม่รู้จักพี่เขา แต่ว่ามีหลายคนส่งมา ถามแบบว่า นั่นเราใช่ไหม เราก็เลยดีใจมากค่ะ เป็นโอกาสแรกที่เราประทับใจมากที่สุดแล้ว แต่จริง ๆ ก็ดีใจที่ได้ร่วมงานกับทุกเกม เพราะว่าแต่ละเกมนุ่นก็เล่น เวลาเขาจ้างอะไรมา จะโปรโมทหรือจะอะไร เราก็ต้องดูก่อนว่าเกมเขาเล่นยังไง ตัวละครเป็นยังไง ต้องเอาตัวไปเล่นจริง ๆ เลยค่ะ เราจะได้เข้าใจและจะได้โปรโมทออกมาได้

เป้าหมาย

  • ในอนาคตวางแผนอยากคอสเพลย์เป็นตัวละครใด

ตัวต่อไปที่จะคอสเพลย์เป็น Zeri จาก LoL ค่ะ เป็นตัวที่แบบเหมือนแฝดกับ Neon จากจักรวาล Valorant เป็นสาวสายฟ้าเหมือนกัน เดี๋ยวนี้นุ่นก็หัดเล่นตำแหน่ง Carry ADC อยู่ Zeri เป็นตัวที่แบบว่าเล่นแล้วท้าทายดี มีสกิล Passive ที่โดนยิงแล้วจะได้โล่กลับ และก็สนุกตรงที่ตัวมันวิ่งเร็ว ชอบดีไซน์ของตัวละครด้วยค่ะ มีท่าโพสประจำตัว (ที่ชูนิ้วขึ้นมา) แล้วก็ยิงสายฟ้าได้ พรอพเขาก็ดูแนว Steampunk ดี วิกมันแปลก ๆ ดี ก็เลยอยากลองแต่งดู

ตัวละครหนึ่งที่แจ่งแล้วรู้สึกแปลก เปลี่ยนโลกเลยคือ Childe จาก Genshin Impact ก็สนุกนะ เพราะคอสเพลย์มันไม่จำกัดเพศ เพราะทุกคนสามารถแต่งได้

  • เป้าหมายต่อไปในอนาคตของเรา

หนึ่งเลย ติดเกมขนาดนี้ก็อยากเป็นสตรีมเมอร์ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำค่ะ เพราะว่าเราก็ต้องจัดบ้านใหม่ แล้วก็อัปคอมเพิ่มเพื่อให้มันแรง ๆ ซื้อเว็บแคม และที่อยากทำอีกก็คือเป็น Content Creator ค่ะ ก็เราก็ทำแต่เราไม่เคยทำผลงานในยูทูบเลย เดี๋ยวหัดทำอยู่บ้าง ก็มีเล่นเกม ลองพยายามตัดคลิปแล้วลงถ้าว่างทำ อีกอย่างที่อยากทำคือเป็นเจ้าของแบรนด์อะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ยังไม่ขอสปอยล์นะคะ สรุปก็คือมีสิ่งที่อยากทำคือ สตรีมเมอร์ Content Creator และเจ้าของแบรนด์ค่ะ

มีผลงานอะไรอยากฝากเพิ่มเติมหรือไม่

ก็ฝากติดตามเป็น Instagram ค่ะ ก็ @anongnoon

About Author
AUTHOR
นัท ผู้โลดแล่นในวงการเกม และวงการมีมตั้งแต่จำความได้
Graphic
กราฟิก สตรีมเมอร์ และคนคลั่งรัก มักในเนื้อแต่ไม่กินซอยจุ๊