Dungeons & Dragons : บอร์ดเกมยุค 70s ของเล่นประจำซีรีส์ Stranger Things


Stranger Things ซีรีส์ไซไฟสยองขวัญ เพิ่งปล่อยซีซั่น 4 ไปเมื่อปลายเดือน พ.ค. หลังห่างจากซีซั่น 3 ถึง 3 ปี แต่ยังคงได้รับความนิยมสมการรอคอย ติดท็อป 10 บน Netflix ในหลายประเทศ

ธีมเรื่องเซ็ตอยู่ในยุค 80s และหนึ่งใน soft power ที่แสดงถึงยุคนั้นแบบชัดเจนคือ Dungeons & Dragons บอร์ดเกมที่ตัวละครหลักรวมกลุ่มเล่นด้วยกันตลอด และวันนี้ Len.game จะพาคุณมาทำความรู้จักของเล่นยอดนิยมกล่องนี้ให้มากขึ้น

➤ D&D ต้นกำเนิดเกมแนว RPG 

ก่อนที่อินเทอร์เน็ตจะครองเมือง ก่อนที่เกมแนว RPG จะกลายเป็นแนวเกมยอดนิยม ย้อนกลับไปสมัยที่วิดีโอเกมยังอยู่ในยุคตั้งไข่ เกมเมอร์วัยเก๋าหากไม่ใช่สายเล่นตู้อาร์เคด ก็จะมาเป็นสายบอร์ดเกม หรือเกมกระดาน 

และหนึ่งในเกมยอดนิยม ที่เปรียบเหมือนหมุดหมายสำคัญให้กับเกมต่าง ๆ ในยุคหลัง ต้องมีชื่อของ “Dungeons & Dragons” อย่างแน่นอน

หากจะเรียกว่า Dungeons & Dragons คือต้นกำเนิดของเกมแนว RPG ก็ไม่ผิดนัก เพราะนี่คือบอร์ดเกมแนวสวมบทบาท และวิธีการเล่นกับองค์ประกอบของเกมมันคือ “RPG” ชัด ๆ และจุดเริ่มต้นของบอร์ดเกมนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน

ในปี 1972 Dave Arneson, Gary Gygax, Mike Carr 3 เกมดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน ร่วมกับสร้าง Don’t Give Up the Ship บอร์ดเกมแนวสงครามนโปเลียน แต่ผลตอบรับไม่ได้โด่งดังอะไรมากมาย จนแยกย้ายกันไปทำเกมของตัวเอง

Gary Gygax ไปร่วมทีมกับ Jeff Perren สร้างเกมสงครามยุคกลาง Chainmail ในขณะที่ Dave Arneson ก็เข้าทีม Dave Wesely สร้างเกม Braunstein

ในเวลาต่อมา Gygax และ Arneson ก็กลับมารวมทีมกันอีกครั้ง เพราะมีความเห็นตรงกันว่าอยากสร้างบอร์ดเกมแนว “แฟนตาซี” 

เมื่อตัวเกมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง พวกเขาก็ลิสต์ชื่อจำนวนมากที่จะอยากใช้เป็นชื่อเกมนี้ และผู้ที่เลือกชื่อ Dungeons & Dragons ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น Cindy ลูกสาววัย 2 ขวบของ Gygax เอง (ในส่วนเครดิตของการตั้งชื่อ สื่อหลายสำนักก็ใส่ว่า Mary Jo ภรรยาของเขาก็มีส่วนเช่นเดียวกัน)

หลังจากนั้นก็เป็น Tactical Studies Rules, Inc. ที่รับหน้าที่จัดจำหน่ายให้ ซึ่ง Dungeons & Dragons เวอร์ชันแรกก็ปล่อยออกสู่สายตาประชาชนในปี 1974 ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนาน…

ถัดมาในปี 1976 เมื่อตัวเกมเริ่มได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง Mike Carr อดีตเพื่อนเก่า ก็ถูกดึงตัวเข้ามาร่วมทีม ก่อนจะมีส่วนสำคัญในการออกแบบโมดูลที่ทำให้ D&D สมบูรณ์แบบมากขึ้น  

จนบอร์ดเกมชื่อดังนี้สามารถขยายเฟรนไชส์ ออกทั้ง Rulebook และภาคต่อถึง 5 อิดิชัน ในปี 1989, 2000, 2008 และ 2014

➤ วิธีการเล่น D&D

วิธีการเล่นเกมนี้ไม่ยาก ไม่ซับซ้อนแต่รายละเอียดเยอะมาก เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้น D&D เปรียบเหมือนวิดีโอเกมแนว RPG ที่ให้ผู้เล่นพัฒนาตัวละคร โจมตีมอนสเตอร์ และออกผจญภัยในดินแดนแฟนตาซี แต่เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบบอร์ดเกมแทน 

ความสนุกอยู่ตรงที่มี race และ class ให้เลือกเยอะมาก เหมือนกับเกมออนไลน์ขนาดย่อม ๆ ได้เลย ผู้เล่นจะสามารถเลือกเผ่าพันธ์ุได้ตั้งแต่ Human, Dwarf, Elf, Half-Elf, Half-Orc, Halfing, Dragonborn และเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ที่ถูกดัดแปลงไปตามแต่ละภูมิภาคและยุคสมัย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจมากถึงหลัก 100-200 เผ่าเลยทีเดียว 

นอกจากเลือกเผ่าแล้ว คุณต้องเลือกอาชีพด้วย ทั้ง Barbarian, Bard, Cleric, Druid, Fighter, Monk, Paladin, Ranger, Rogue, Sorcerer, Warlock, Wizard และเช่นเดียวกับเผ่า เพราะ D&D ก็สามารถแตกแขนงออกไปได้อีกมาก เช่น ระบบคลาสเสริม คลาสย่อย

ถัดมาคือค่าสถานะ 6 แบบตามสไตล์เกม RPG ประกอบด้วย STR, DEX, INT, CON, WIS, CHA ซึ่งเกมเมอร์สายตีมอนเก็บเวล น่าจะคุ้นเคยกันดี 

เมื่อจัดระเบียบและสร้างตัวละครเรียบร้อยแล้ว ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับสิ่งที่เรียกว่า “Character Sheet” ที่เปรียบเหมือนบัตรประชาชนตัวละคร ข้อมูลทุกอย่างของทุกคนจะอยู่ในนี้ 

เข้าสู่ช่วงเริ่มเกม จะต้องมีผู้เล่นคนหนึ่งรับบทเป็น Dungeon Master (DM) กรรมการผู้คอยเล่าเรื่องราว และให้ผู้เล่นอื่นเข้าไปโลดแล่นในโลกของเขา 

ผู้เล่นคนอื่น ๆ มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ในโลกเสมือนนี้ จะเลือกฟาร์มของ หรือออกไปไล่ฆ่ามอนสเตอร์ก็ตามใจ แต่ทันใดที่ DM เห็นว่ามีเหตุการณ์สำคัญหรือความเสี่ยงอันใด เขาก็มีสิทธิ์สั่งให้ทอยลูกเต๋า เพื่อสุ่มบวกลบค่าสถานะทั้ง 6 ของตัวละครได้ 

ซึ่งทำให้การผจญภัยในดินแดน Dungeons & Dragons สามารถไหลไปได้เรื่อย ๆ ไม่รู้จบ แล้วแต่กฎของแต่ละกลุ่ม จะเล่น 30 นาทีตัดจบ เล่น 10 ชั่วโมงจบ หรือจะเล่นตลอดชีวิตก็ได้ หากไม่เบื่อไปเสียก่อน

➤ อิทธิพลของซีรีส์ Stranger Things ต่อ D&D

D&D กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมของเด็กและวัยรุ่นข้ามยุคข้ามสมัย ตั้งแต่ยุค 70s เรื่อยมาจนถึง 90s ในขณะที่หลังปี 2000 เป็นต้นมา แม้จะมีผู้เล่นน้อยลงไป เพราะวิดีโอเกมและอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของชีวิต แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้เล่นอย่างหนาแน่น ตั้งแต่ผู้ใหญ่วัยกลางคน เด็กหนวด ไปจนถึงเด็กประถม

จนกระทั่ง Stranger Things ซีซั่น 1 ออกฉายในปี 2016 บอร์ดเกม D&D ก็กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง มีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้นอย่างล้นหลาม จนผู้จัดจำหน่าย (เปลี่ยนมาเป็น  Wizards of the Coast) ต้องออกอิดิชันพิเศษ “Stranger Things D&D Roleplaying Game Starter Set” ที่มีชีท บุ๊ค และตัวละครจากซีรีส์นี้โดยเฉพาะ

ในทางหนึ่ง เราก็อนุมานได้ว่าอิทธิพลของสื่อบันเทิงสามารถสร้างอิมแพ็คต่อวงการอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี ในทางกลับกัน ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว ที่บอร์ดเกมในปัจจุบันดูเหมือนจะโดนกระแสของวิดีโอเกมกลบเสียมิด แต่มันก็ยังมีแสงเล็ก ๆ เล็ดรอดออกมาได้เสมอ และอาจจะขยายใหญ่ขึ้นได้ทุกเมื่อ เหมือนกับ Dungeons & Dragons บอร์ดเกมอายุ 50 ปี ที่ไม่มีวันตาย…

About Author
AUTHOR
ไอบอยก่อนเลยมึง
Graphic
กราฟิก สตรีมเมอร์ และคนคลั่งรัก มักในเนื้อแต่ไม่กินซอยจุ๊