คาซูยะ มิชิมะ : ตัวละครเลวบริสุทธิ์แห่ง Tekken ผู้โยนพ่อบังเกิดเกล้าลงเหว ด้วยความเคียดแค้น


หนึ่งในตำนาน ‘ครอบครัวทรพี’ ของจักรวาลเกม คงหนีไม่พ้นครอบครัว มิชิมะ แห่งเกมต่อสู้ขวัญใจหลายคนอย่าง Tekken กับเรื่องราวการชกพ่อต่อยลูก จนกลายเป็นมหากาพย์ชิงบัลลังก์เจ้าแห่งกำปั้นเหล็ก และใจกลางความขัดแย้งทั้งหมดทั้งมวลนี้อยู่ที่ คาซูยะ มิชิมะ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน (?) ของตระกูลนักธุรกิจ ที่ถูกพ่อแท้ ๆ โยนลงเหว ด้วยหวังพิสูจน์ความแข็งแกร่ง แต่นั่นกลับสร้างบาดแผลทั้งกายและใจแก่เขาอย่างฉกรรจ์ จนเติบโตมาด้วยความมุ่งหมายจะเอาเลือดพ่อออกจากหัวให้หายแค้น

คาซูยะ มิชิมะ เป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเกมมาตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งปล่อยออกมาในปี 1994 โปรดิวเซอร์เกมอย่าง คัตสึยะ ฮาราดะ นิยามว่าคาซูยะคือตัวละครที่มีลักษณะ “เลวบริสุทธิ์” และหยิบยกนามสกุลกับรูปร่างหน้าตาของ ยูคิโกะ มิชิมะ นักเขียนและนายแบบชาวญี่ปุ่นชื่อดัง ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศิลปินแถวหน้าของศตวรรษที่ 20 เจ้าของงานเขียนชื่อดัง Confessions of a Mask, Spring Snow ทั้งยังเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมมาเป็นต้นแบบ ขณะที่อุปนิสัยและบุคลิกของคาซูยะนั้น ฮาราดะให้นิยามว่ามีลักษณะแบบยากูซ่าญี่ปุ่น 

ความขมขื่นในชีวิตของคาซูยะเกิดขึ้นตั้งแต่เขายังเล็ก ไม่เพียงเติบโตมาในฐานะทายาทคนสำคัญขององค์กรมิชิมะ ไซบัตสึ บริษัทค้าอาวุธสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งยังเป็นหนึ่งในองค์กรทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นโดย จินปาชิ ปู่ของคาซูยะ ที่ในเวลาต่อมาถูกโคนลงจากอำนาจโดยลูกชายแท้ ๆ อย่าง เฮฮาชิ ซึ่งเป็นพ่อของคาซูยะ 

ตัวคาซูยะ ยังได้รับความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งจากการกระทำของพ่อเขาเอง เมื่อแม่ของเขา คือ คาซูมิ ผู้สืบเชื้อสายของปีศาจ พยายามใช้พลังปีศาจหยุดความทะเยอทะยานของสามีคือเฮฮาชิ ที่ต้องการเข้าครอบครององค์กรมิชิมะ ไซบัตสึ แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ และเพื่อปลดปล่อยเมียรักให้หลุดพ้นจากการครอบงำของร่างปีศาจ เฮฮาชิ จึงจำใจสังหารเธอทั้งน้ำตา โดยมีหนูน้อยคาซูยะวัยห้าขวบเป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์นั้น 

เมื่อเห็นแม่ผู้เป็นที่รักถูกพ่อฆ่าต่อหน้าต่อตา คาซูยะตัดสินใจแก้แค้นให้แม่ด้วยการพุ่งเข้าปะทะพ่อแบบสุดกำลัง แต่ก็ถูกพ่อปราบลงอย่างง่ายดาย (ก็แน่ล่ะสิ) ทั้งยังถูกพ่อหอบร่างบอบช้ำของเขาไปยังปากเหว และโยนทิ้งลงสู่ความดำมืด โดยตัวเฮฮาชินั้นหวังจะทดสอบความแข็งแกร่งของลูกชาย ไปพร้อมกับเดิมพันความมั่นคงบนบัลลังก์อำนาจของตัวเอง ถ้าหากคาซูยะสืบทอดสายเลือดของเขาจริง ๆ เจ้าหนูต้องดิ้นรนมีชีวิตรอดกลับมาจนได้ แต่หากไม่รอด ตำแหน่งประธานองค์กรมิชิมะ ไซบัตสึ ก็จะเป็นของเขาไปตลอดกาล อย่างไม่ต้องกังวลว่าจะถูกทายาทมาเลื่อยขาเก้าอี้แบบที่เขาทำกับ จินปาชิ พ่อของตัวเอง


แน่นอนว่าเจ้าหนูคาซูยะรอดตายมาได้  พร้อมบาดแผลฉกรรจ์กลางหน้าอกที่ฝากแผลเป็นไปชั่วชีวิตของเขา การผ่านความเป็นตายครั้งนั้น ช่วยปลุกร่างปีศาจในตัวเขาที่ได้จากแม่ให้ตื่นขึ้น เมื่อคาซูยะหวนย้อนถึงความทรงจำวัยเด็กอันเจ็บปวด ไฟแค้นก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อชำระหนี้แค้นให้กับแม่ คาซูยะสาบานกับตัวเองว่าจะต้องเอาเลือดหัวเฮฮาชิออกมาให้ได้ แม้ต้องแลกด้วยวิญญาณก็ตาม นั่นทำให้คาซูยะออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อฝึกซ้อมการต่อสู้ และเข้าร่วมศึกกำปั้นเหล็กรายการเดียวกับที่เฮฮาชิลงแข่งด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อจะได้สาวหมัดใส่หน้าพ่อแท้ ๆ ให้สมแค้นสักครั้ง 

ในฉากจบของแทบทุกภาค หากคาซูยะเป็นผู้ชนะ สามารถโค่นพ่อตัวเองลงได้ จะปรากฏฉากที่คาซูยะอุ้มพ่อไปยังริมผา แล้วโยนร่างของเขาลงไป (และกลายเป็นสิ่งที่แฟนเกมแซวกันว่า “วิธีบอกรักของพ่อลูกตระกูลนี้คือการหิ้วเอาอีกฝ่ายไปทิ้งเหวว่ะ โคตรโรแมนติก”

หรือหากว่าคาซูยะเป็นฝ่ายแพ้ ก็จะเป็นฉากที่เฮฮาชิหอบร่างบอบช้ำ โชกเลือดของลูกชายไปยังหน้าผาอีกครั้ง และโยนร่างนั้นทิ้งหายไปกับความมืด ด้วยความเข้าใจว่าคราวนี้คาซูยะคงไม่อาจมีชีวิตรอดกลับมาได้อีกแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าเขาคิดผิด เพราะคาซูยะเองตะกายเอาชีวิตรอดกลับมาได้อย่างปาฏิหาริย์ มิหนำซ้ำ ความแค้นที่มีต่อพ่อยังเดือดดาลกว่าเก่า เมื่อแจ้งแก่ใจแล้วว่า การโยนเขาลงเหวครั้งนี้ไม่ได้หวังพิสูจน์ความแข็งแกร่งแบบครั้งเก่า หากแต่มีเป้าหมายเพื่อเอาชีวิตเขาจริง ๆ 

แม้ว่าเส้นเรื่องหลักของคาซูยะจะผูกโยงกับการล่าล้างแค้นพ่อและคนในตระกูลของตัวเอง แต่เส้นเรื่องรอง
ที่ตัวเกมไม่ได้เล่าอย่างละเอียดนักคือ ใน Tekken 2 เขาได้สานสัมพันธ์กับ จุน คาซามะ หญิงสาวผู้เข้ามายังบริษัทมิชิมะ ไซบัตสึ เพื่อยับยั้งการค้าสัตว์ผิดกฎหมายในองค์กร โดยเกมแบ่งเส้นเรื่องออกเป็นสองแบบ แบบแรก คือ หากว่าคาซูยะเป็นฝ่ายชนะ เขาจะได้ต่อสู้กับปีศาจในตัวของเขาเองที่แยกร่างออกมามีชีวิต และเลือดเนื้ออย่างเอกเทศ ทั้งยังทรงพลังมากกว่าตัวละครอื่น ซึ่งวิธีที่คาซูยะ (ร่างมนุษย์) ใช้ปราบคาซูยะ (ร่างปีศาจ) คือการใช้ร่างของเฮฮาชิเป็นโล่ให้เจ้าปีศาจยิงลำแสงใส่จนพรุน แล้วตัวเขาจึงพุ่งเข้าประชิดปีศาจ เสยหมัดใส่อีกฝ่ายจนตัวลอย ซึ่งทำให้เขาไม่เพียงกำจัดปีศาจออกจากตัวเองได้ตามความต้องการของ จุน คาซามะซึ่งเป็นคนรัก แต่ยังทำให้เขาได้แก้แค้นพ่อได้ด้วย (วิธีเล่าของเกมก็น่าสนใจ กล่าวคือเริ่มจากการเล่าด้วยมุมกล้องราวกับเฮฮาชิเอาตัวมาบังลำแสงจากปีศาจให้ลูกชาย ก่อนจะหักมุมว่า แท้จริงแล้วคาซูยะเหี้ยมโหดกว่านั้น เป็นเขานั่นเองที่คว้าร่างของพ่อมาเป็นเกราะให้ตัวเองก่อนเข้าหาเจ้าปีศาจ อันเป็นการอธิบายความอำมหิตของคาซูยะในทางหนึ่ง) ส่วนแบบสองคือถ้าคาซูยะแพ้ เขาจะถูกเฮฮาชิอุ้มไปทิ้งลงเหว ก่อนที่เฮฮาชิจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีไป


อย่างไรก็ดี คาซูยะเป็นหนึ่งในตัวละครที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในจักรวาลเกมต่อสู้ ไม่เพียงในแง่ของความสามารถ แต่ยังรวมไปถึงมิติของตัวละครที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจากการเป็นเด็กหนุ่มผู้แค้นเคืองพ่อ มาเป็นชายโฉดที่ทำทุกทาง เพื่อได้ครองอำนาจในตระกูล แม้ใน Tekken ภาคหลัง ๆ ที่เขากลายเป็นวายร้ายโดยสมบูรณ์ ผู้เล่นและนักวิจารณ์หลายคนก็ยังรู้สึกดีกับคาซูยะ น่าจะมีเหตุมาจากความซับซ้อนของปมในใจ และความ ‘ไม่ขาวไม่ดำ’ ของตัวละครเอง

นำมาสู่ฉากเปิดใน Tekken 4 ซึ่งเป็นคัตซีนที่เฮฮาชิโยนร่างคาซูยะลงเหว โดยไม่รู้เลยว่าลูกชายยังสามารถเอาชีวิตรอดมาได้ ทั้งยังถูกปรับแต่งพันธุกรรม โดยทดลองปลุกเลือดปีศาจในตัวให้ตื่นขึ้นมา ควบคู่กันไปกับอีกเส้นเรื่องของเกมที่ทำให้เรื่องราวยุ่บยั่บกว่าเดิม เพราะพลังปีศาจเกือบทั้งหมด ดันไปตกอยู่กับ จิน คาซามะ ลูกชายของคาซูยะ ที่ก็จงเกลียดจงชังพ่อตัวเองเช่นกัน เพราะเข้าใจว่าพ่อคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้แม่ตาย และทำให้ชีวิตตนขมขื่น แถม จิน ยังหวังจะฆ่าคาซูมะทิ้งอีกต่างหาก (ซึ่งความแค้นของจินก็ไม่ได้มีแค่กับคาซูยะเท่านั้น แต่เผื่อแผ่ไปยังคนในตระกูลมิชิมะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเฮฮาชิหรือจินปะชิ อันจะเห็นได้จากเขาเลือกใช้นามสกุลฝั่งแม่มากกว่าพ่อ) 

คาซูยะจึงวุ่นวายอยู่กับการวางแผนเอาชนะเฮฮาชิ ไปพร้อมๆ กับดึงพลังปีศาจมาจากลูกชาย เพื่อใช้พลังนี้แก้แค้นเฮฮาชิ และทำลายทั้งองค์กรมิชิมะให้ย่อยยับ จนมาสู่ฉากจบของ Tekken 4 -ในกรณีที่คาซูยะเป็นฝ่ายชนะการต่อสู้ทั้งหมด- คือเขาดึงเอาพลังทั้งหมดมาจากจินได้ รวมทั้งผลจากการทดลองลึกลับยังทำให้ปีศาจไม่อาจครอบงำเขา ในที่สุด คาซูยะก็พึมพำพร้อมแสยะยิ้มอำมหิตว่า “ในที่สุด ฉันก็ได้ครอบครองทุกอย่างเสียที” (ซึ่งเอาเข้าจริง คำว่า ‘ทุกอย่าง’ ของคาซูยะนั้น ดูเหมือนจะไม่เคยมีอยู่จริง เพราะภาคต่อ ๆ มาก็ปรากฏว่าเขาตั้งหน้าตั้งตาจะใช้พลังของตัวเองยึดครองอำนาจในทุกมิติ จนเปิดฉากให้เขาเข้าร่วมการต่อสู้อีกครั้ง)

อย่างไรก็ตาม มหากาพย์การล้างแค้นของสองพ่อลูกเฮฮาชิ-คาซูยะ ก็จบลงใน Tekken 7 และนับเป็นหนึ่งในฉากต่อสู้สะเทือนใจมากที่สุดของซีรีส์พ่อลูกทรพีนี้ เมื่อคาซูยะสาวหมัดตรงใส่เฮฮาชิ พร้อมกันนั้นภาพความทรงจำสมัยเด็กที่กำลังฝึกคาราเต้กับพ่อก็ย้อนกลับมาอีกหน รวมทั้งความเป็นความตาย และความโกรธแค้นต่าง ๆ ที่สั่งสมมาหลายสิบปีก็พรั่งพรูเข้ามาในความคิด จนนำมาสู่ฉากคัตซีนน่าเศร้า เมื่อลูกชายหอบร่างไร้สติของพ่อ โยนลงหุบเหวที่เต็มไปด้วยลาวา 


“การต่อสู้ก็เป็นแค่เรื่องของคนที่ยังอยู่รอดจนจบ… ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น” เขากระซิบใส่ความว่างเปล่าตรงหน้า เส้นทางความแค้นของคาซูยะนั้น เริ่มต้นตั้งแต่วันที่เห็นแม่ตายไปต่อหน้า ค่อย ๆ ขยับขยายสู่ความสัมพันธ์คลั่งเดือดของตระกูล แต่สิ่งน่าจดจำคือ ในวันที่คาซูยะบรรลุเป้าหมายเดียวในชีวิตอย่างการล้างแค้นเฮฮาชิแล้ว เขาเองก็รู้ดีว่าเหนือกว่าความแค้น ยังมีความผูกพันประหลาด ทำให้เขาไม่อาจยินดีเมื่อได้เห็นเฮฮาชิจมหายไปในลาวา และอาจเป็นเหมือนที่แฟนเกมหลายคนบอกไว้ว่า ถึงที่สุดแล้วการแสดงความรักกันของสองพ่อลูกคู่นี้ คงเป็นการโยนร่างอีกฝ่ายลงสู่ความดำมืดไร้ก้นบึ้งของหุบเหวก็เป็นได้
“แรกเริ่ม เด็ก ๆ ล้วนแต่รักพ่อแม่ของตน หลังจากนั้น พวกเขาจะค่อย ๆ ตัดสินอีกฝ่าย และไม่บ่อยนัก ที่ลูกจะให้อภัยพ่อแม่ของตนเอง” ออสการ์ ไวลด์ นักเขียนชาวไอริชเขียนไว้เช่นนั้น และเป็นวลีที่ถูกหยิบยกมาใช้ปิดฉากการต่อสู้ของทั้งคู่ในแฟรนไชส์นี้ ซึ่งดูจะอธิบายความสัมพันธ์ ของเฮฮาชิกับคาซูยะได้อย่างหมดจด

About Author
Graphic
กราฟิก สตรีมเมอร์ และคนคลั่งรัก มักในเนื้อแต่ไม่กินซอยจุ๊