รุ่นพี่ Starfield! ย้อนตำนาน No Man’s Sky เกมตะลุยอวกาศ ที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่


Xbox Bethesda Showcase เมื่อคืนนี้ สร้างความฮือฮาให้กับแฟนเกมเป็นวงกว้าง ทั้งการเปิดตัวเกมใหม่, อัปเดตสำคัญ และทิศทางในอนาคตของบริษัท 

ซึ่งเกมที่ถือเป็นตัวชูโรงประจำงานนี้คงหนีไม่พ้น “Starfield” เกมแนว RPG ป้ายแดงในรอบ 25 ปีของ Bethesda 

ธีมหลักของเกมคือโลกยุคอนาคต ที่ให้ผู้เล่นขับยานออกสำรวจอวกาศแสนกว้างใหญ่ ที่มีดวงดาวนับพันดวงให้ลงไปเก็บเกี่ยวทรัพยากร และสู้กับมอนสเตอร์มากหน้าหลายตา

ไม่แปลกหากคุณดูตัวอย่าง แล้วคิดว่านี่มันแนวเดียวกับ No Man’s Sky เลย เพราะเกมเมอร์หลายคนก็คิดเช่นนั้น จนทำให้ #NoManSky ขึ้นมาติดเทรนด์โซเชียลมีเดียอีกครั้ง

ขนาดสื่อดังอย่าง IGN ยังต้องทำภาพเปรียบเทียบกันให้เห็นแบบช็อตต่อช็อต

https://www.facebook.com/ign/posts/567383831710093

Len.game จึงขอพาย้อนกลับไปพูดถึง รุ่นพี่? อย่าง No Man’s Sky กัน เพราะนี่คือตัวอย่างของทีมพัฒนาที่เอาใจใส่ และพร้อมแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างถึงที่สุด จนแฟนเกมเรียกผลงานชิ้นนี้ว่า “เกมที่ล้มได้ก็ลุกได้” 

➤ เกมเล่นใหญ่ที่ทำได้เพียง “ขายฝัน”

No Man’s Sky คือเกมเอาชีวิตรอด ธีมตะลุยอวกาศอันไกลโพ้น จากทีมพัฒนา Hello Games ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2013 

แต่ตัวเกมมาดังเปรี้ยงเป็นพลุแตกในงาน E3 2014 ด้วยการเผยวิดีโอแบบเล่นใหญ่ พร้อมโฆษณาว่า ตัวเกมมีการสุ่มดาวเกิดใหม่นับล้านดวง มีภูมิประเทศและมอนสเตอร์ที่หลากหลาย 

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ล้ำ ๆ อีกเพียบ เช่น สงครามอวกาศ, มีอิสระในการใช้ยานอวกาศ และระบบ A.I. แสนฉลาด (มอนสเตอร์และสิ่งแวดล้อม โต้ตอบและส่งผลซึ่งกันและกัน)

ด้วยผลงานระดับนี้ จึงทำให้เกมเมอร์ทั่วโลกต่างฮือฮา เป็นไวรัลทั่วอินเทอร์เน็ตชนิดที่แทบนับวันรอพรีออเดอร์ ด้วยความคาดหวังว่า No Man’s Sky จะเป็นเกมฟอร์มยักษ์แห่งยุคอย่างแน่นอน

ทว่าลางร้ายระลอกแรกเริ่มมาเยือน เมื่อตัวเกมต้องเลื่อนวางจำหน่ายจากกำหนดการเดิมราว 2 เดือน ก่อนวางจำหน่ายจริงในวันที่ 12 ส.ค. 2016 ในราคาที่สูงถึง 1,049 บาท 

ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยเกมเอาชีวิตรอดทั่วไป ที่มีราคาแค่เพียงหลักร้อย แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ หากทุกอย่างที่เคย “โฆษณา” ไว้ เกิดขึ้นได้จริง

อย่างไรก็ตาม มันกลับไม่เป็นเช่นนั้นนะสิ เพราะเมื่อถึงวันที่เกมเมอร์สามารถเข้าสู่เกมด้วยความหวังและตื่นเต้นอย่างเต็มเปี่ยม พวกเขากลับต้องผิดหวัง และขยี้ตาดูอีกครั้งให้แน่ใจว่า นี่ใช่เกมเดียวกับที่เคยโชว์ในงาน E3 จริง ๆ หรือ

เพราะ No Man’s Sky แทบไม่สามารถโชว์สิ่งที่เคยอ้างไว้ได้เลย กิจกรรมในเกมน้อยนิด ฉากและคอนเทนต์ก็เดิม ๆ เล่นไม่นานก็เหมือนวนลูปแล้ว แถมทีเด็ดอย่าง “ดวงดาว” ก็ดูซ้ำ ๆ กันเต็มไปหมด แถมยังมีอาการแล็กและบั๊กอีกเพียบ จนถูกสื่อหลายสำนักยกให้เป็นเกมยอดแย่แห่งปี 2016 ด้านผู้เล่นก็เข้าแห่เข้าไปคอมเมนต์วิจารณ์ใน่แง่ลบบน Steam อย่างหนัก

เมื่อถึงจุดนี้ หลายฝ่ายก็ฟันธงไปแล้วว่า No Man’s Sky จะกลายเป็นตราบาปของ Hello Games ที่รอวันเจ๊งอย่างไม่ต้องสงสัย อีกไม่นานทีมพัฒนาก็คงโยกไปทำเกมอื่น และปล่อยให้เกมนี้ร้างแบบไม่ไยดี แต่ความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม…

➤ ทีมงานไม่เทเกม แฟนเกมเลยเทใจให้

สิ่งที่ทีมพัฒนา Hello Games ทำ คือการออกมายอมรับผิดและขอโทษแฟนเกมทุกคนกับปัญหาขนาดใหญ่ที่พวกเขา ‘พูดเองแต่ทำไม่สำเร็จ’ 

หลังจากนั้น ก็ปล่อยให้ผู้เล่นวิจารณ์เกมต่อไปโดยไม่ออกมาตอบโต้ แต่ใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ด้วยการก้มหน้าก้มตาอัปเดตเกมอย่างต่อเนื่อง และเล่นใหญ่ยิ่งกว่าเดิม คอนเทนต์ต่าง ๆ ที่เคยโฆษณาไว้ ก็เริ่มจัดให้ตามคำสัญญา 

แม้จะมีบางคอนเทนต์ที่ทำไม่เหมือนเดิมเสียทีเดียว หรือบางคอนเทนต์ก็ไม่มี แต่พวกเขาก็เพิ่มคอนเทนต์ใหม่ ๆ มาแทน เช่น ระบบ Multiplayer, รองรับเทคโนโลยี VR และการทำฟาร์ม ทำอาหาร ขุดฟอสซิล รวมไปถึงการสำรวจโลกใต้น้ำ 

โดยอัปเดต เวอร์ชัน 3.85 Outlaws เพิ่งปล่อยไปเมื่อเดือน เม.ย. แต่เหมือนกลัวผู้เล่นจะเบื่อเร็ว เพราะถัดมาในเดือน พ.ค. ทีมงานก็ปล่อยอัปเดตกิจกรรมใหม่ในชื่อ Leviathan ที่เป็นการสำรวจรูปแบบใหม่ ผสมผสานความเป็น Roguelike เกิดตายวนเวียนในห้วงอวกาศกันยาว ๆ 6 สัปดาห์

จนกระทั่งปัจจุบัน No Man’s Sky ปัดฝุ่น ลบรอยความผิดพลาดและลุกขึ้นมาเฉิดฉายได้อย่างสมเกียรติ เรียกศรัทธาของแฟน ๆ กลับมาได้อีกครั้ง พลิกบทวิจารณ์บน Steam จาก ‘แง่ลบเป็นส่วนมาก’ กลายเป็น ‘แง่บวกเป็นส่วนมาก’ จากผู้ร่วมโหวตกว่า 182,000 คน

มากไปกว่านั้น No Man’s Sky ยังขยายฐานแฟนเกมด้วยการพอร์ตให้กับ PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X|S และเตรียมลง Nintendo Switch ภายในปีนี้ด้วย

About Author
AUTHOR
ไอบอยก่อนเลยมึง
Graphic
กราฟิก สตรีมเมอร์ และคนคลั่งรัก มักในเนื้อแต่ไม่กินซอยจุ๊