Resident Evil 4 โฉมหน้าใหม่ของแฟรนไชส์ผีชีวะ และเกม TPS


ในปี 2005 ถือเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ Resident Evil หนึ่งในแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงของ Capcom หลังจากที่ห่างหายจากเกมภาคหลักไปเป็นปี จนกระทั่งการมาถึงของ Resident Evil 4 เกมภาคหลักลำดับที่ 5 (ถ้ารวม Resident Evil Zero ไปด้วย) ที่ไม่ใช่แค่พลิกโฉมหน้าใหม่ของแฟรนไชส์ แต่ยังส่งอิทธิพลมาสู่เกมแนว Third Person Shooter ในยุคหลัง ๆ อีกด้วย

ด้วยในโอกาสการเปิดตัวของ Resident Evil 4 Remake ทาง Len.Game ขอพาแฟนเกมย้อนรอยกลับไปดูเรื่องราวและจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของแฟรนไชส์ “ผีชีวะ” ที่แฟน ๆ กล่าวขวัญถึง

แนะนำภาคที่ 4 แบบสั้น ๆ

Resident Evil 4 เป็นเกมแนว Survaval Horror ที่ตั้งไว้ให้เป็นเรื่องราว 6 ปีต่อมา หลังเหตุการณ์ Raccon City ใน Resident Evil 2 และ 3 โดยมี Leon S. Kenedy หนึ่งในผู้รอดชีวิต ที่ปัจจุบันได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของรัฐบาล ที่ถูกมอบหมายภารกิจในการช่วยเหลือ Ashley Graham ลูกสาวของประธานาธิบดี ที่ถูกลักพาตัวไปโดยชาวลัทธิลึกลับ ในหมู่บ้านอันห่างไกลในประเทศสเปน

ในเกมภาคนี้เริ่มพัฒนากันตั้งแต่ปี 1999 เป็นเกม Resident Evil ภาคสุดท้ายที่ Shinji Mikami ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ Resident Evil เป็นผู้กำกับ ในตอนแรกผู้กำกับคือ Hideki Kamiya ผู้ให้กำเนิดเกมภาค 2 แต่กว่าจะได้ Resident Evil 4 ในแบบที่ได้เล่นกันนั้น มันถูกพัฒนาออกมาด้วยกันทั้งหมด 5 เวอร์ชัน ได้แก่

  1. Kamiya Verson – เน้นความเท่และรวดเร็ว ไอเดียดีแต่มันไม่เข้า เลยจับแยกเป็นโปรเจกต์ Devil may Cry ไปเลย
  2. Fog version – เป็นเนื้อเรื่องที่ Loen บุกเข้าไปในฐานใหญ่ของ Umbrella ในยุโรป และติดเชื้อจนได้พลังมา และมีมุมมองแบบบุคคลที่ 1 บรรยากาศในเกมจะมีหมอกหนาปกคลุม
  3. Hallucination Version – คล้ายกับ Fog Version เน้นความเป็น Psycological Horror และมีบรรยากาศที่มืดทึบ โดยตั้งบทไว้ว่าจะให้ Leon ติดเชื้อจนเห็นภาพหลอน
  4. Hook Man Verson – เวอร์ชั่นที่ถูกนำไปโชว์ในงาน E3 2003 โดย Leon จะติดเชื้อแล้วเห็นภาพหลอนเหมือนกัน แต่จะได้เจอกับภาพหลอนของชายถือตะขอคอยไล่ล่าตลอดทั้งเกม
  5. Final Version – เกมเวอร์ชันสุดท้ายที่ถูกนำมาวางขาย โดยมี Shinji Mikami ลงมาคุมเองทุกอย่าง

ไม่ได้ลงกับ PlayStation 2 มาตั้งแต่แรก

จากความทรงจำของแฟนเกม Resident Evil 4 คงจะคุ้นเคยในฐานะเกมที่พัฒนาและหาเล่นได้บน PlayStation 2 แต่เมื่อได้สืบย้อนกลับไปอีก PlayStation 2 ไม่ได้เป็นคอนโซลเครื่องแรกที่ Resident Evil 4 ลงให้ แต่เป็น Nintendo GameCube ซึ่งวางขายในเดือนมกราคม 2005 โซนอเมริกาเหนือ ก่อนที่เวอร์ชั่น PlayStation 2 จะตามมาในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

แล้วหลังจากนั้น Resident Evil 4 ถูกนำมาลงให้กับ Console ยุคหลังมาหลายต่อหลายรุ่น ตั้งแต่ Nintendo Wii, PlayStation 3-4, Xbox 360, Xbox One, Nintendo Switch รวมไปถึง PC จนเรียกได้ว่าเป็นเกมที่ต้องเอาไปเจิมให้กับเครื่องคอนโซลทุกเจน เหมือนเป็นลูกรักของ Capcom เลยก็ว่าได้

เพราะเจอซอมบี้บ่อยจนไม่น่ากลัวแล้ว

สำหรับ Resident Evil 4 ถือเป็นครั้งแรกที่ไม่มีซอมบี้ปรากฎตัวในเกม แต่กลับถูกแทนที่ด้วยชาวบ้านที่ถูกควบคุมโดย Los Ganados สิ่งมีชีวิตประเภทปรสิต ที่สามารถควบคุมร่างกายและสมอง พร้อมกับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์อีกสารพัดชนิด

Hiroyuki Kobayashi โปรดิวเซอร์ของเกม ได้อธิบายที่มาที่ไปของการแทนที่ไวรัสซอมบี้ด้วยปรสิตสิงร่างคนว่า ทีมงานต้องการที่จะสร้างสิ่งที่ใหม่หมดจดให้กับ Resident Evil 4 และผลักดันซีรีส์นี้ไปในทิศทางใหม่ และการที่ยังคงใช้ซอมบี้ที่แฟนเกมคุ้นเคยและเห็นกันบ่อย ๆ มาเป็นศัตรูหลักของเกม คนเล่นก็จะไม่รู้สึกว่ามันน่ากลัวอีกต่อไปแล้ว

แฟนเกมบางส่วนอาจจะรู้สึกขัดใจในส่วนนี้ เพราะทุกครั้งที่เปิดเกม Resident Evil ขึ้นมาเล่น สิ่งแรกที่จะได้ยิงคือซอมบี้ แต่ถ้าได้เสพเนื้อเรื่องของเกมภาคหลัก ตั้งแต่ 1-3 แก่นของ Resident Evil หรือ Biohazard คือการเอาตัวรอด และเผชิญหน้ากับอาวุธชีวภาพมีชีวิต หรือ Bio Organic Weapons ซึ่งดูได้จากการมีอยู่ของ Hunter, Licker, Tyrant และ Nemesis ดังนั้น กองทัพมนุษย์ที่ถูกควบคุมด้วยปรสิต จึงถูกนับว่าเป็น “อาวุธชีวภาพ” เหมือนกัน เมื่อคำจำกัดความของอาวุธชีวภาพของ Resident Evil ถูกขยายออกมาให้กว้างขึ้น ทำให้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในเกมภาคหลัง ๆ จึงมีการวางศัตรูหลักที่ไม่ใช่แค่ซอมบี้มากขึ้น ไม่ว่าจะใน Resident Evil Revelation ทั้ง 2 ภาค, Resident Evil 7 และ Village

การเปลี่ยนผ่านสู่ Third Person Shooter

ตั้งแต่เกมภาคแรกเป็นต้นมา เกมในตระกูล Resident Evil แทบทุกภาคในช่วงนั้น จะนำเสนอมุมมองในแบบกล้องวงจรปิดที่จะวางไว้นิ่ง ๆ จนกระทั่งมาถึงช่วงของ Resident Evil 4 ที่เปลี่ยนมาเป็นมุมกล้องบุคคลที่สามแบบข้ามไหล่ ทำให้หลายคนมองว่ามันทำให้ดูออกไปในแนวแอคชั่นหรือเกมเดินหน้ายิง ดูไม่น่ากลัวเท่ากับของเดิม

จะอย่างไรก็แล้วแต่ Resident Evil 4 ได้พิสูจน์มาแล้วว่ามุมกล้องแบบข้ามไหล่น่ากลัวกว่ามุมกล้องแบบนิ่งจริง ๆ เพราะการที่ผู้เล่นตามติดตัวละครหลักตลอดเวลานั้น ทำให้มุมมองต่าง ๆ ถูกจำกัดแค่การชะโงกข้ามไหล่ไป และเป็นอะไรที่ทำให้ตกใจหรือหวาดผวาได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับมุมกล้องแบบดั้งเดิม ที่บางครั้งมันก็ไปสปอยล์สิ่งที่เกมวางไว้ตรงหัวมุมจนหมดความระทึกไปเลย หรือถ้าจะให้ว่ากันง่าย ๆ ก็คือ “มันดูลุ้นระทึกกว่า ถ้าผู้เล่นได้หันมุมกล้องไปหาเอง”

อิทธิพลที่ส่งต่อไปถึงเกมรุ่นหลัง

หลังจากความสำเร็จของเกมภาค 4 มุมกล้องบุคคลที่สามแบบข้ามไหล่ก็กลายเป็นระบบยอดฮิตที่ผู้พัฒนาเกมดังหลาย ๆ เจ้าทำตาม ไล่ตั้งแต่ Gears of War, Dead Space, Uncharted, Grand Theft Auto V, Mass Effect, The Last of Us และอื่น ๆ อีกหลายเจ้า ได้หยิบการวางมุมกล้องของ Resident Evil 4 มาเป็นมาตรฐานกันหมด แม้นี่จะไม่ใช่เกมแรกสุดที่ริเริ่มมุมมองบุคคลที่ 3 แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นเกมที่คิดค้นระบบมุมกล้องนี้ขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นมาตรฐานให้กับเกมรุ่นหลัง

การมาของ Resident Evil 4 จึงเปรียบได้กับการบัญญัติคำจำกัดความใหม่ของ Resident Evil และกลายมาเป็นต้นแบบให้กับเกมมุมมองบุคคลที่ 3 ในยุคหลัง พร้อมยังได้รับการยอมรับจากนักรีวิวและแฟนเกมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะรางวัล Game of The Year 2005, เกม Survival Horror ขายดีของปี 2012 โดย Guinness World Records อีกทั้งยังมียอดขายนับตั้งแต่วางจำหน่ายมาในทุก ๆ แพลตฟอร์มมากกว่า 10 ล้านชุด

นั่นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแฟนเกมซีรีส์นี้ ถึงได้ดูตื่นเต้นกับการเปิดตัว Resident Evil 4 Remake กันขนาดนี้

Resident Evil 4 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 24 มีนาคม 2023 ลงให้กับเครื่อง PlayStation 5 และ PC ผ่านระบบ Steam

อ้างอิง
https://venturebeat.com/2015/01/11/10-years-later-resident-evil-4-is-still-influences-the-industry/
https://www.gamesradar.com/making-of-resident-evil-4/
About Author
AUTHOR
ตากล้อง, นักเขียน, นักชิมเหล้า และคนหน้าตาดีที่ใจ เ ก เ ร กระโดดข้ามสายงานยิ่งกว่ามาริโอ้.... แต่ผมอยากเป็นเศรษฐีมากเลยฮะมุง
Graphic
กราฟิก สตรีมเมอร์ และคนคลั่งรัก มักในเนื้อแต่ไม่กินซอยจุ๊