10 เกมสปินออฟ เอาชื่อซีรีส์หลักมาฆ่า


ข้อดีของการทำเกมสปินออฟ คือทีมพัฒนาจะสามารถลองของใหม่ที่ไม่สามารถใส่ในเกมหลัก (เพราะผู้จัดจำหน่ายไม่ยอม) หรือขยายขอบเขตคอนเทนต์เพื่อประโยชน์ในอนาคตได้ 

จากประวัติที่ผ่านมา ไม่ใช่เกมสปินออฟทุกเกมจะทำแล้ว “ปัง” แต่มีหลายเกมทีเดียวที่อยู่ในสัดส่วน “พัง” และนี่คือ 10 เกมที่แฟนคลับต่างส่ายหัว และขอร้องให้พวกเขากลับไปทำแต่เกมหลักจะดีกว่า 

• Pokemon Channel (2003)

Pokemon ภาคหลักที่พัฒนาโดย Game Freak สามารถครองใจแฟนเกมมาตลอด 2 ทศวรรษ แต่สำหรับเกมสปินออฟของพวกเขาแล้ว ต้องบอกเลยว่ามีส่วนน้อยจริง ๆ ที่จะตีตลาดได้ 

Pokemon Channel เป็นเกมบนเครื่อง GameCube ที่ Pokemon Company ส่งให้ทีม Ambrella พัฒนา เพื่อหวังจะแก้ตัวจาก Hey You, Pikachu! บนเครื่อง Nintendo 64 แต่แล้วหนังม้วนเดิมก็ฉายซ้ำ 

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นพิกาชู ที่ต้องทำภารกิจแต่ละวันไปกับการเปิดดูทีวีช่องต่าง ๆ และช่วยศาตราจารย์โอคิโดะโปรโมตช่องทีวี ซึ่งนอกจากกราฟิกแบบ 3D แล้ว ส่วนอื่น ๆ ก็ไม่ได้น่าจดจำมากนัก 

• Dirge of Cerberus: Final Fantasy VII (2006)

เกมเมอร์ต่างทราบกันดีว่า FF7 นั้นยอดเยี่ยมขนาดไหน แต่นั่นไม่ใช่กับ Dirge of Cerberus ที่เปลี่ยนบทให้ Vincent Valentine เป็นตัวละครเอก

เนื้อเรื่องทำออกมาได้ดี กับการที่ผู้เล่นต้องขัดขวางองค์กรลับ Deepground ที่มีเป้าหมายเพื่อทำลายไกอา และเปลี่ยนจากเกม JRPG ถูกเปลี่ยนให้เป็นเกมยิงปืน มุมมองบุคคลที่สาม ซึ่งปัญหาของมันอยู่ที่ A.I. ไม่ค่อยฉลาด และด่านที่ทำออกมาได้น่าเบื่อมากกว่าจะชวนสนุก

• Resident Evil Survivor (2000)

Resident Evil เคยเอาชื่อมาให้คนยำหลายครั้งหลายครา ทั้งภาพยนตร์, ซีรีส์ รวมไปถึงเกมสปินออฟ 

จริงอยู่ที่ Operation Raccoon City ต้องทำแฟนเกมส่ายหัว แต่ถ้าต้องเลือกสักภาคที่แย่เกินบรรยาย คงไม่พ้น Resident Evil Survivor บนเครื่อง PlayStation

RE7 และ RE Village ถูกทำให้เป็นแนว FPS และประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่กับภาคนี้ที่เป็น FPS แบบ “มาก่อนกาล” กลับทำได้อย่างน่าผิดหวัง การคอนโทรลแสนลำบาก, A.I. เดินงง ๆ รวมไปถึงของประกอบฉากที่ทำแบบลวก ๆ บางชิ้นนี่รีไซเคิลมาชัด ๆ

• Mortal Kombat: Special Forces (2000)

Mortal Kombat คือซีรีส์เกมไฟติ้งเอาใจสายฮาร์ดคอร์ ต่อยทีมีเลือดสาดกระจาย Fatality สุดโหด แต่รู้หรือไม่ว่าครั้งหนึ่ง มันเคยกลายเป็นเกมแอ๊คชั่นผจญภัยมาแล้ว 

ตัวเอกภาคนี้คือ Jax Briggs ที่ต้องเดินต่อสู้กับแก๊ง Black Dragon และสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าเนื้อเรื่อง คือเกมเพลย์ที่เน้นเดินหน้าอย่างเดียว (ไม่มีกระโดด!) กับมุมกล้องด้านหลังตัดสลับกับด้านบน คล้าย Resident Evil ภาคแรก แต่ชวนเวียนหัวมากกว่า ในขณะที่ฉากก็เหมือนทำแบบเร่งให้เสร็จ

• Metal Gear Survive (2018)

หลังฮิเดโอะ โคจิมา โบกมือลา ซีรีส์ Metal Gear ก็เป๋แบบเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “ความเปลี่ยนแปลง” ที่มากเกินความจำเป็น 

จากเกมลอบเล้นในความทรงจำ พลิกโฉมเป็นเกมสู้ซอมบี้ แต่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจโดดเด่นกว่าเกมซอมบี้อื่น ๆ จึงไม่แปลกที่คำวิจารณ์และยอดขายของภาคนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก

• Hotel Mario (1994)

Mario ชื่อนี้ขายได้เสมอ เกมสปินออฟหลายภาคก็ทำได้ดี แต่นั่นไม่ใช่กับ Hotel Mario ที่ลงให้กับ Philips CD-i

ตัวเกมไม่ซับซ้อนมากมาย เพียงแค่ให้มาริโอเดินไปปิดประตูโรงแรมบาวเซอร์ไปเรื่อย ๆ เพื่อผ่านด่าน เข้าด่านใหม่ก็ปิดประตูอีก แค่นี้จริง ๆ ในขณะที่ฉากคัทซีนก็กลายเป็นมีมอยู่พักใหญ่ กับเสียงพากย์ที่จะเป็นตราบาปของมาริโอ ลุยจิ ตลอดกาล

• Mega Man Soccer (1994)

Capcom พยายามจับกระแสฟุตบอลโลกปี 94 ด้วยการสปินออฟเกมแพลตฟอร์เมอร์ชื่อดัง มาเป็นเกมฟุตบอล แต่สุดท้ายแล้วคือไม่เวิร์ค 

เนื้อเรื่องเซ็ตอยู่ในช่วงต่อจาก Mega Man 4 ที่ Dr. Light และ Dr Wily ส่งมือดีมาแข่งฟุตบอลกัน และก็คือแค่นั้น ไม่มีตอนจบแต่อย่างใด 

นอกจากนี้ การควบคุมทำได้ค่อนข้างลำบาก กับ A.I. ที่ชวนสับสน และมีหลายครั้งทีเดียวที่บอลต้องไปตายอยู่สักจุดในสนาม ก่อนที่ทั้งสองทีมจะวิ่งงง ๆ มาแย่งกัน

• Forza Street (2019)

Forza คือซีรีส์สร้างชื่อและรายได้เบอร์ต้น ๆ ของค่าย Xbox Game Studios อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เกมที่ใช้ชื่อ Forza จะประสบความสำเร็จไปทั้งหมด เพราะ Forza Street เกมสปินออฟ ที่เปิดให้เล่นฟรีบนมือถือ เพิ่งปิดให้บริการไปเมื่อ มิ.ย. 2022

ซึ่ง Forza Street ไม่ใช่เกมที่แย่ (มีคะแนนจากนักวิจารณ์อยู่ในระดับกลาง ๆ) แต่ด้วยความที่เกมเพลย์เน้นแข่งสนามสั้น ๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว ประกอบกับมีคู่แข่งหลายเจ้า ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

• Left Alive (2019)

ภาคสปินออฟของเกมหุ่นรบ Front Mission ที่ฉีกจากแนววางแผน เทิร์นเบส มาเป็นแนวรอบเล้น (คล้าย Metal Gear) และเปลี่ยนตัวละครหลักมาเป็นมนุษย์ แต่ดูเหมือนว่าจะไปไม่สุดสักทาง Stealth ก็ไม่ได้ แอ๊คชั่นก็ไม่ไหว

ในขณะที่กราฟิกเหมือนเอาเหล่าหุ่นมาฆ่า งานลวกแบบเห็นได้ชัด จนไม่อยากเชื่อว่านี่คือเกมที่ลงให้เครื่อง PlayStation 4

• Bomberman: Act Zero (2006)

โดยภาพรวม ตัวเกมก็ยังเป็นแนววางระเบิดตามสไตล์ Bomberman แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “ทุกอย่าง” ไล่ตั้งแต่ตัวละครหัวโตสุดน่ารัก ที่ถูกแปลงโฉมเป็นเหมือนนักรบใส่เกราะจากโลกอนาคต จนต้องขยี้ตาดูอีกครั้งว่าอันนี้คือภาคใหม่ของ Metroid หรือ Halo ใช่ไหม 

ในขณะที่เสียงประกอบก็ยากจะรับได้ โดยเฉพาะเมื่อโดนระเบิดฆ่าตาย ตัวละครจะร้องกรี๊ดออกมาชนิดที่ชวนแสบแก้วหูแบบสุด ๆ

About Author
AUTHOR
ไอบอยก่อนเลยมึง
Graphic
กราฟิก สตรีมเมอร์ และคนคลั่งรัก มักในเนื้อแต่ไม่กินซอยจุ๊