The House of the Dead: Remake การกลับมาของเกมยิงผี ที่ย้อนตำนานแบบหมดจด


ถ้าพูดถึงตู้เกม Arcade ทั้งหลายตามห้างสรรพสินค้า เกม On-Rails Shooter ถือว่าเป็นแนวเกมที่แปลกใหม่มากในยุคนั้น เพราะปกติจะมีแต่เกมที่เล่นด้วยการกดปุ่มเท่านั้น ในขณะที่ On-Rails Shooter ผู้เล่นสามารถที่จะยกปืนยิงได้เหมือนเป็นตัวละครในเกม แต่ถ้าพูดถึงเกมแนว On-Rails Shooter ที่ดังมาก ๆ และเป็นที่นิยมของคอเกม ไม่มีทางที่ The House of the Dead จะไม่ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอย่างแน่นอน ในฐานะเกมแฟรนไชส์แรก ๆ ที่มาในธีมซอมบี้สยองขวัญ พร้อมกับฝูงซอมบี้สุดขนลุกแบบเต็ม ๆ จอ ในขณะที่ตู้เกมยิงปืนสมัยนั้นเน้นยิงโจรกันซะเยอะ และแฟรนไชส์นี้ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดาสิงห์ปืนไวในแต่ละยุคสมัยมาโดยตลอด นับตั้งแต่ภาคแรกมาจนถึง Scarlet Dawn

แม้ในปัจจุบันตัวเกมฉบับแรก ๆ จะหาเล่นไม่ได้แล้วก็ตาม แต่นับว่าเป็นโชคดีที่ SEGA ตัดสินใจปลุกผีแฟรนไชส์นี้กลับมาอีกครั้งด้วยรูปแบบของเกม On-Rails Shooter ยุค Next-Gen ในชื่อของ The House of the Dead: Remake จุดเริ่มต้นของหายนะทุกอย่างที่จะได้เจอในแฟรนไชส์นี้ และเป็นการจุดกระแสเกมยืนยิงยอดฮิตของใครหลาย ๆ คนนั่นเอง

สำหรับ The House of the Dead: Remake จะลงให้กับ Nintendo Switch และ PC โดยเกมเวอร์ชันที่นำมารีวิวนี้ จะเป็นของ PC ที่เพิ่งวางขายบน Steam เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมานี้นี่เอง

การคืนชีพของตำนานบ้านมรณะ

The House of the Dead: Remake เป็นการนำตัวเกมเวอร์ชันปี 1996 มาทำทุกอย่างใหม่เกือบทั้งหมด ไล่ตั้งแต่กราฟิก, ระบบการเล่น, รวมไปถึงการปรับปรุงโมเดลตัวละคร เรียกได้ว่าทำใหม่ตั้งแต่ต้น เหลือไว้แต่ระบบการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ เกมเวอร์ชันนี้พัฒนาด้วย Unity Engine เป็นผลงานของ MegaPixel Studio และจัดจำหน่ายโดย Forever Entertainment ภายใต้การอนุญาตจาก SEGA เจ้าของผลงานต้นฉบับ 

ในภาคนี้จะยังคงเนื้อเรื่องจากเกมต้นฉบับทั้งหมด เป็นเรื่องราวของ Thomas Rogan เจ้าหน้าที่หน่วย AMS ที่ได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากคู่หมั้น Sophie Richards ว่าเกิดเรื่องร้ายแรงที่คฤหาสน์ Curien ในยุโรปที่เธอทำงานอยู่ นั่นทำให้เขาต้องบินด่วนไปยังยุโรปพร้อมกับ G คู่หูของเขา แล้วเขาต้องเผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้และอสุรกายนานาชนิด ที่วิ่งพล่านไปทั่วคฤหาสน์

Gameplay เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือปรับแต่งได้

สำหรับเกมแนว On-Rails Shooter นั้น ระบบการเล่นก็ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากการยืนเท่ ๆ แล้วลากหัวคม ๆ ด้วยปืน Light Gun มาในภาค Remake นี้ก็เหมือนกัน หน้าที่ของผู้เล่นจะมีแค่ เล็งให้แม่น, รีโหลดให้ไว แล้วอย่าไปยิงคนเป็น ๆ ที่อยู่ในเกมเป็นพอ เพราะมันจะกระทบกับคะแนนและฉากจบได้ แต่สำหรับเกมภาค Remake นี้จะเน้นไปที่การเล่นผ่าน Joy Con ของ Nintendo Switch และ PC ด้วยเมาส์กับคีย์บอร์ดเป็นหลัก เลยทำให้ตัวเกมมีความแตกต่างจากฉบับ Arcade ที่เราคุ้นเคยกันพอสมควร

ในเรื่องของสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่นั้น ถือว่ามีเยอะพอสมควรเลยทีเดียว เริ่มกันตั้งแต่ Horde Mode ที่จะเป็นเกมเนื้อเรื่องหลักเหมือนเดิม แต่จะมีการโยนฝูงซอมบี้มาให้ผู้เล่นได้ยิงเยอะขึ้นแบบมิดหน้าจอ เหมือนที่แฟนซีรีส์น่าจะได้เห็นกันในเกมภาค 4 และ Scarlet Dawn โหมดนี้ต้องอาศัยความไวเป็นพิเศษ เพราะมันมีเป็นฝูงใหญ่จริง ๆ และมันไม่รู้จักลำดับก่อนหลังด้วย

ส่วนต่อมาคือระบบ Gallery ที่จะรวบรวมข้อมูลของศัตรูทุกชนิด รวมถึงบอสต่าง ๆ ที่ผู้เล่นได้เจอในเกม มาพร้อมกับคำอธิบายและจุดอ่อนต่าง ๆ ของพวกมัน อีกทั้งยังมีการแสดงโมเดลของเหล่าสัตว์ประหลาดที่ผ่านการออกแบบมาใหม่แบบรอบตัว ชนิดที่ว่าสาแก่ใจแฟนเกมที่อยากเห็นหน้าตาแบบเต็ม ๆ แต่ไม่มีเวลามาส่องมากนัก เพราะจะโดนขบกบาลเอาได้

อีกส่วนที่น่าสนใจคือการเพิ่มในส่วนของ Armory เข้ามา เพื่อให้ผู้เล่นสามารถสะสมอาวุธที่จะได้พบเจอในเกม แล้วนำมาใช้ยิงสู้กับสัตว์ประหลาดต่าง ๆ ได้ แทนที่จะต้องควงปืนพกแค่กระบอกเดียวยันบอสตัวสุดท้ายเหมือนเกมต้นฉบับ แต่เงื่อนไขการปลดล็อกนั้นต้องใช้ความสามารถเยอะหน่อย เพราะต้องช่วยผู้รอดชีวิตให้ครบทุกคน.. ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็เอาซะหัวโยกไปหลายคนอยู่

นอกจากนี้ก็จะเป็นส่วนยิบย่อยที่ถูกปรับเข้ามาให้เหมาะกับระบบเกมยุคใหม่ อย่างการแสดงคะแนนที่สามารถเลือกเป็นแบบบดั้งเดิม หรือแบบที่ทำขึ้นมาใหม่ รองรับการเล่นจาก Controller อีกทั้งระบบ Aim Assist ที่สามารถปรับระดับได้ รวมถึงระบบ Auto Reload ที่ช่วยในการเติมกระสุนอัตโนมัติ ซึ่งสามารถตั้งดีเลย์ในการโหลดกระสุนใหม่ได้ นอกจากนี้ในหน้าจอสรุปคะแนนท้ายฉากก็มีการแสดงรายละเอียดออกมาอย่างชัดเจน ทั้งคะแนน, พลังชีวิตโบนัสที่ได้ รวมไปถึงผู้รอดชีวิตที่สามารถช่วยไว้ได้ด้วย

เรื่องระบบการเล่นนั้น ถือว่ามีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยจากการเพิ่มการตั้งค่าพิเศษที่ได้เล่าถึงไป อาจเป็นเพราะตัวเกมมีให้เล่นแค่ยิงแล้วโหลดกระสุนเท่านั้น นั่นอาจจะทำให้ผู้เล่นเจนใหม่ ๆ รู้สึกว่าไม่มีอะไร แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มันยังมีความท้าทายอยู่ ซึ่งใครที่เคยสัมผัสเกมตัวต้นฉบับมาแล้วจะรู้สึกได้ โดยเฉพาะการอาศัยความไวและการสังเกต ซึ่งมีความสำคัญกับการเลือกเส้นทางในเกมด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม ระบบ Aim Assist นั้นดูเหมือนจะยังไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่ อย่างในบางฉากที่เจอกับศัตรูบางตัว ระบบก็จับเป้าเล็งไปค้างในส่วนที่มันไม่มี Hit Box ทำให้ยิงพลาดบ่อย ๆ ในขณะที่ AI ของศัตรู บางครั้งก็มีอาการยืนนิ่ง ๆ ตอนตัวละครมาถึง ทำให้บางทีก็รู้สึกว่าเกมมันแอบมีความมึน ๆ เล็กน้อย แต่รวม ๆ แล้ว ตัวเกมยังคง Gameplay ที่ท้าทายของต้นฉบับได้อย่างครบถ้วน

กราฟิกที่ยกเครื่องใหม่ ในแบบเกมยุค Next-Gen

เป็นอะไรที่แน่นอนอยู่แล้วว่าการ Remake เกมเก่าจากยุค 90 ทั้งที จะยังเป็นโมเดลเหลี่ยม ๆ ก็คงไม่ได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ MegaPixel Studio ต้องทำทุกอย่างของเกมใหม่แทบทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ UI หน้าเมนู ไปจนถึงโมเดลของตัวละคร โดยได้ขุมพลังจาก Unity Engine ที่มีความสามารถในการให้คุณภาพกราฟิกที่มีคุณภาพสูง และมาพร้อมกับเครื่องมือสำหรับการสร้างเกมที่ครบครัน ส่วนสาเหตุที่ต้องทำตั้งแต่ศูนย์เลยนั้น เป็นเพราะ SEGA ทำ Source Code ของภาคต้นฉบับหายแบบทั้งยวงนั่นเอง

ตัวกราฟิกในฉบับ Remake นั้น ถือว่าออกแบบมาได้สวยงามผิดหูผิดตาเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่การทำโทนสีภาพที่ทำให้เข้าถึงอารมณ์ได้มากขึ้น การเคลื่อนไหวของตัวละครก็ดูไหลลื่น รวมไปถึงรายละเอียดที่เยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะผิวหนังที่เปื่อยยุ่ยของซอมบี้, ฉากหลังของเกมที่ดูมีมิติและมีรายละเอียดสูง โดยบางจุดนอกจากกล่องหรือที่ซ่อนไอเทมก็สามารถยิงทำลายได้ อย่างพวกหน้าจอหรือกระจกเป็นต้น

ถึงจะบอกว่ายกเครื่องใหม่พร้อมเพิ่มรายละเอียดต่าง ๆ เข้าไปก็ตาม แต่ในบางจุดเองก็ยังรู้สึกหยาบ ๆ อยู่ อย่างในส่วนของหญ้าบนพื้นที่ยังเห็นเป็นแผงแบน ๆ วางเรียงบนพื้นอยู่เลย ซึ่งถ้าเป็นเกมยุค Next-Gen ก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกนิด แต่ก็ยังพอเข้าใจได้ ในฐานะเกมที่ยืนพื้นฐานการพัฒนาจากเวอร์ชันสำหรับ Nintendo Switch ที่อาจจะมีข้อจำกัดในด้านทรัพยากรของตัวเครื่องด้วย

ส่วนเรื่องของเสียงพากย์ อันนี้แอบลังเลว่าจะเป็นจุดเด่นหรือข้อเสียดี เพราะบทพูดของตัวเกมนั้นเหมือนกับเวอร์ชันต้นฉบับเป๊ะ ๆ ทั้งการใช้คำที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นแบบหยาบ ๆ และอารมณ์การพากย์ที่จัดว่า “แย่” จัด ๆ ในยุคนั้น ซึ่งทางผู้พัฒนาออกมายืนยันว่าส่วนนี้จงใจทำออกมาให้ “ห่วย” ตามต้นฉบับ เพื่อคงความคัลท์ของตัวเกมฉบับ 1996 ไว้

สรุป : เกมในตำนานที่พลิกโฉมใหม่หมด แต่กลิ่นอายยังเหมือนเดิม

สำหรับ The House of the Dead: Remake แล้ว ถือว่าเป็นเกม On-Rails Shooter ที่มีระบบ Gameplay ที่ให้ความเคารพกับเกมต้นฉบับสูง และยังมาพร้อมกับการเพิ่มเติมสิ่งต่าง ๆ ในตัวเกมให้สมกับเป็นเกมยุคใหม่ ตั้งแต่โหมดการเล่น, หน้าจอในเกม ไปจนถึงการทำกราฟิกใหม่ทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ความท้าทายและเสน่ห์ของ The House of the Dead ลดลงไปเลย แถมยังดูมีมิติมากขึ้น

แม้ตัวเกมจะมีระบบ Aim Assist ที่ดูไม่ค่อยจะช่วยให้เล่นง่ายขึ้นสักเท่าไหร่ AI ที่ดูแอบมึนว่าควรจะทำอะไรต่อไปดีตอนผู้เล่นมาถึง รวมไปถึงกราฟิกที่ในบางส่วนยังดูแอบหยาบไปบ้าง เพราะข้อจำกัดของตัวเกมที่เน้นการทำลงเครื่องพกพาเป็นหลัก แต่เมื่อเทียบกับส่วนดี ๆ ที่เกมทำออกมาแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะตัวเกมให้ประสบการณ์ของเกม On-Rails Shooter ได้ดีมาก ๆ และไม่รู้สึกว่าเสน่ห์ของตัวเกมฉบับดั้งเดิมหายไปไหนเลย

จัดเลย

  • กราฟิกสวยงามตามสไตล์ Next-Gen
  • Gameplay แบบดั้งเดิม แต่เพิ่มลูกเล่นขึ้นมาอีกนิด
  • ตัวเกมโหมด Hord คือโหดเกินต้าน
  • ยังมีระบบเลือกเส้นทางที่ซ่อนไว้ได้แนบเนียนเหมือนเดิม
  • มีโหมด Gallery สนองติ่งของแฟรนไชส์
  • เติมความคัลท์ ด้วยเสียงพากย์แบบต้นฉบับ
  • รองรับการเล่นทั้งคีย์บอร์ดและ Controller
  • ตัวเกมเบาจัด ไม่ถึง 10 GB

ดูกันก่อน

  • กราฟิกบางส่วนแอบหยาบ
  • Aim Assist ไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่
  • แอบกิน Spec นิดหน่อย
  • ตัวเกมท้าทายจริง แต่แอบสั้น

Total Score : 8.9/10

About Author