The Quarry เรื่องราวสุดสยองกลางป่า กับ Death Flags คลาสสิกของวัยรุ่นเมกันฯ


สำหรับคนอเมริกัน แคมป์ฤดูร้อนกับวัยรุ่นมันเป็นของคู่กัน และทั้ง 2 อย่างที่ว่ามานี้ ก็ดันไปได้ดีกับหนังสยองขวัญซะเหลือเกิน จนกลายมาเป็นสูตรสำเร็จของหนังแนววิ่งไล่เชือดในยุค 80’ ไปโดยปริยาย

เช่นเดียวกับ The Quarry เกมใหม่ล่าสุดจาก Supermassive Games หยิบสูตรสำเร็จที่คอหนังสยองขวัญรุ่นเก๋าเห็นกันจนเอียน มายำรวมกับเกมเพลย์ที่ทั้งลึกและละเอียด, การเล่าเรื่องสุดระทึก และทางเลือกที่พร้อมจะโยนผู้เล่นไปเจอกับอะไรที่ไม่ได้คิดไว้เสมอ

| สถานที่คุ้นตา กับความผวาครั้งใหม่

The Quarry เป็นเกมผจญภัย Interactive แนวสยองขวัญ ที่เน้นการเล่าเรื่องและนำเสนอเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามทางเลือกของผู้เล่น พัฒนาโดย Supermassive Games เจ้าของผลงานเกมแนวเดียวกันอย่าง Until Dawn และซีรีส์ The Dark Pictures ที่สร้างกระแสเกมที่ดูเพลินเหมือนหนังโรง แต่สามารถมีส่วนร่วมในการเลือกจุดจบของเรื่องราวทั้งหมดได้หลากหลายรูปแบบ ที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเอง ในส่วนของเรื่องราวนั้นกำกับโดย Will Byles จาก Until Dawn เข้ามาดูแลในส่วนนี้

เรื่องราวของ The Quarry มีฉากหลังอยู่ในค่ายฤดูร้อนกลางป่า Hackett Quarry กับกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 9 คนที่กำลังจะจัดปาร์ตี้ทิ้งทวนหลังปิดจ๊อบงานดูแลเด็ก ๆ ที่มาเจ้าค่ายเสร็จแล้ว และต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าบางสิ่งบางอย่าง ที่อาจจะลากพวกเขาไปทีละคน ๆ หรืออาจจะลากใครไปไม่ได้เลย แล้วแต่การตัดสินใจของผู้เล่นเอง

ในเรื่องของฉากหลัง ถ้าใครเป็นแฟนหนังสยองขวัญยุค 70-80 จะคุ้นเคยกับค่ายฤดูร้อนเป็นอย่างดี เพราะเป็นสถานที่ห่างไกลและตั้งอยู่กลางป่า ทางหนีทีไล่มีอยู่ไม่กี่ทาง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็คงต้องภาวนาให้ตัวเองโดนเป็นรายหลัง ๆ และกลายมาเป็นฉากหลังยอดนิยมในหนังสยองขวัญบางเรื่องในยุคหลัง ๆ อีกด้วย

| เกมเพลย์โครงเดิม แต่ปรับระบบมานิดหน่อย

ในระบบการเล่นของ The Quarry อันนี้ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังคงมาแนวที่คล้ายคลึงกับเกมก่อน ๆ ที่ทำมา คือการเดินสำรวจ, เก็บเบาะแส, เลือกเส้นทาง, Quick Time Event และตาย (ถ้าเลือกพลาด) แต่ก็ยังถือว่าเป็นเกมเพลย์ที่เหมาะกับเกมแนวเล่าเรื่องมากที่สุดในตอนนี้ และยังเป็นเหมือนลายเซ็นของ Supermassive ไปแล้วด้วย

ในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้ามา อย่างแรกคือการเพิ่มมุมมองการเล่นแบบบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นมุมกล้องที่รู้สึกว่าเล่นได้ง่ายขึ้น สลับกับมุมมองแบบกล้องวงจรปิดในบางจุด ที่อาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไหร่สำหรับผู้เล่นในเจนหลัง ๆ ในส่วนต่อมาคือระบบ Tarot ที่มีฟีเจอร์คล้ายกับ Totem ของ The Dark Pictures แต่จะแตกต่างตรงที่จะไม่โชว์ภาพเหตุการณ์ในอนาคตแบบโต้ง ๆ แต่จะมาในรูปแบบของคำใบ้ ให้ผู้เล่นได้ตีความว่าต้องระวังอะไร ซึ่งถ้าเดาถูกก็รอดตัวไป แต่ถ้าไม่… ก็เตรียมพบกับความบันเทิงได้เลย

ด้วยความที่เกมของ Supermassive มีระบบที่ซับซ้อน Tutorial ของเกมจึงถูกออกแบบมาใหม่ในรูปของคลิปการ์ตูนสั้น ๆ เพื่ออธิบายระบบและสิ่งที่ผู้เล่นจะต้องเตรียมตัวได้เจอ ซึ่งเข้าใจง่ายและเข้ากับธีมของเนื้อเรื่องเกม

ใน The Quarry ยังคงมี Movie Mode มาให้ได้เลือกเล่นสำหรับคนที่อยากเสพเนื้อเรื่องเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือ Director Chair ที่สามารถตั้งค่าพฤติกรรมและวิธีที่ตัวละครสามารถตอบโต้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ เพื่อให้สิ่งต่าง ๆ ที่ตัวละครทำ เป็นไปตามที่ผู้เล่นต้องการ และแน่นอนว่าสำหรับคนที่ไม่อยากโดนอยู่คนเดียว ผู้เล่นสามารถชวนเพื่อนมาร่วมสวมบทบาทเป็นตัวละครในเกมสูงสุดถึง 8 คน ในโหมด Couch Co-op

|ทางเลือกที่มีสิทธิ์หัวหลุดเหมือนกัน

โดยปกติแล้ว เกมที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่องและทางเลือก จะเน้นไปที่การเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง แต่สำหรับระบบทางเลือกในเกมนี้เรียกได้ว่ามีความท้าทายสูงมาก เพราะไม่ว่าจะเลือกทางไหน มีแววพาไปเจอดีได้ทุกทาง แล้วแต่ว่าจะเจอแบบไหนหรือตอนไหนเท่านั้น ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงได้ มันก็ไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไหร่ ถือว่าเป็นการเติมความลุ้นระทึกให้ชีวิตบ้าง

| เนื้อเรื่องสุดคุ้นเคย ดราม่าวัยรุ่นสุดขนหัวลุก

สิ่งที่ Supermassive ทำได้ดีมาตลอด คือเนื้อเรื่องของเกมที่ลุ้นระทึก, ทางเลือกที่บีบคั้นผู้เล่น และเส้นทางที่คาดเดาอะไรไม่ได้ ยิ่งกับเกมที่มีทางเลือกและฉากจบแบบ Dynamic ซึ่งไม่ว่าผู้เล่นจะทำอะไรใครไว้ ย่อมส่งผลต่อฉากจบเสมอ

เส้นเรื่องพื้นฐานของ The Quarry จะเป็นเรื่องราวของวัยรุ่น 9 คน ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจพี่เลี้ยงเด็กในค่ายฤดูร้อน แน่นอนว่าต้องมี Event แบบวัยรุ่นอเมริกันตามสูตรสำเร็จ คือเรื่องของความรัก, ดราม่าของคนอกหัก และการรับมือกับปัญหาตามประสาเด็กที่กำลังข้ามผ่านการเป็นผู้ใหญ่ รวมไปถึงพฤติกรรมสุดห้าวที่มักจะพาตัวเองไปตายเป็นคนแรกเสมอ

รวมทั้งในมุมของหนังสยองขวัญ ถือว่าเป็นการหยิบโครงเรื่องในสไตล์หนังสยองขวัญยุคเก่า มาแต่งเติมมิติให้หลากหลายขึ้น ทั้งวิธีการสอดแทรกความน่ากลัว หรือการหลอกล่อเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เล่น ก่อนจะเซอร์ไพรส์ด้วยความจริงที่ไม่ได้นึกถึงมาก่อน

| บรรยากาศฤดูร้อนที่สวยงาม

เขาว่ากันว่า วิดีโอเกมก็เหมือนกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง บรรยากาศในเกมเป็นสิ่งสำคัญ… ยิ่งกับเกมของ Supermassive ที่มีสัดส่วนของความเป็นภาพยนตร์มากกว่าเกมค่ายอื่น ก็ยิ่งสำคัญเข้าไปใหญ่

บรรยากาศใน The Quarry นั้น ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงช่วงเวลาและอารมณ์ในเนื้อเรื่องเป็นอย่างดี ทั้งแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องลอดแมกไม้ในป่า, บรรยากาศบนท้องถนนและผืนป่ายามค่ำคืนที่มืดมิด เรียกได้ว่ามาครบทุกอย่างที่หนังสยองขวัญซัมเมอร์สักเรื่องต้องการ แต่ถ้าใครต้องการอะไรที่ได้อารมณ์แบบภาพยนตร์ ตัวเกมก็มาพร้อมตัวเลือกฟิลเตอร์มาให้ถึง 3 แบบ ได้แก่ Indie Horror, 80s Horror และ Classic Horror ที่มาเป็นแบบขาวดำ

นอกจากนี้ในส่วนของรายละเอียดและโมเดลตัวละครเองก็ยังคงมาตรฐานไว้ได้เป็นอย่างดี ทั้งการแสดงสีหน้า, บทพูด, และการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ก็ยังคงเป็นธรรมชาติเหมือนเป็นตัวละครในหนังคนแสดงจริง

| สรุป : Interactive Horror ที่รักษามาตรฐานได้ดี และกับความสยองสุดคลาสสิกของวัยรุ่น 80’

แม้ว่าตัวเกมจะยังคงสไตล์เกมไม่ต่างจากเกมก่อน แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกว่าเก่าลงไปเลยจากการปรับปรุงและแทนที่ในบางจุด แถมยังคงมาตรฐานของสิ่งที่ทำได้ดีมาตลอดอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเส้นเรื่องสุดจะคาดเดา, ระบบการเล่นที่ซับซ้อน, เส้นทางที่พาไปหาจุดจบที่หลากหลาย, ความสยองที่นำเสนอออกมาได้อย่างมีจังหวะและชั้นเชิง อีกทั้งรายละเอียดอีกมากมายในเกม นอกจากนี้ยังเพิ่มความเป็นมิตรให้กับผู้เล่นใหม่ ด้วย Tutorial ที่เข้าใจง่าย แต่ไม่เป็นมิตรกับผผู้เล่นที่ใช้เมาส์กับคีย์บอร์ดเป็นหลัก เพราะควบคุมยากเมื่อเทียบกับแบบจอย

ในด้านกราฟิก บรรยากาศในเกมก็ถูกออกแบบมาได้อย่างสวยงามสมจริง และสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี เหมือนกับเป็นนภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่องที่ผู้เล่นสามารถเลือกฉากจบให้ได้ อีกทั้งการนำเสนอเรื่องราวสุดสะพรึงตามสไตล์หนังวัยรุ่นอเมริกันที่คอหนังสยองขวัญยุคเก่าคุ้นเคย แต่มีมิติมากขึ้น ตามแบบฉบับของ Supermassive

จัดเลย

  • – ภาพสวย บรรยากาศหนังสยองขวัญยุค 80’ มาเต็ม
  • – ระบบการเล่นมีมิติสูง
  • – เส้นเรื่องเปลี่ยนไปตามการเลือกของผู้เล่น
  • – เป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่
  • – Director Chair สั่งตัวละครได้ดังใจ
  • – Co-op ได้สูงสุด 8 คน

ดูก่อน

  • – ระบบการเล่นยังไม่ต่างกับเกมก่อน ๆ เท่าไหร่
  • – การสลับโหมดมุมมองไปมา ทำให้ชินการบังคับยาก
  • – เล่นกับคีย์บอร์ดแล้วยาก แนะนำให้เล่นผ่านจอย

Total Score : 9/10

About Author
AUTHOR
ตากล้อง, นักเขียน, นักชิมเหล้า และคนหน้าตาดีที่ใจ เ ก เ ร กระโดดข้ามสายงานยิ่งกว่ามาริโอ้.... แต่ผมอยากเป็นเศรษฐีมากเลยฮะมุง
Graphic
กราฟิก สตรีมเมอร์ และคนคลั่งรัก มักในเนื้อแต่ไม่กินซอยจุ๊