โคอิจิ ซูงิยามะ: คีตกวีขวาจัดผู้ประพันธ์เพลงดราก้อนเควสต์ 35 ปีที่โลกไม่ลืม


“ดราก้อนเควสต์คืองานตลอดชีวิตของผม ผมอยากจะทำงานในฐานะนักประพันธ์ไปตลอดชีวิต” โคอิจิ ซุงิยามะ กล่าว 

บทเพลงถือเป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของวิดีโอเกม โดยเฉพาะวิดีโอเกมยุคใหม่ ทำให้ผู้ประพันธ์ถูกพูดถึง และได้รับการยกย่องอย่างมากในยุคหลัง 

โคอิจิ ซุงิยามะ ก็คือหนึ่งในนั้น เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังเกมระดับตำนานอย่าง “ดราก้อนเควสต์” ทุกภาค และเป็นเจ้าของสถิตินักประพันธ์เพลงวิดีโอเกมที่อายุมากที่สุดในโลก จากการรับรองของ กินเนสส์บุ๊ค (หรือ กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส : Guinness World Records) 

อย่างไรก็ดี ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็ถูกวิจารณ์ในฐานะเป็นพวกขวาจัด ที่ถึงขั้นบอกว่าความเลวร้ายของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเรื่องที่ตะวันตกกุขึ้นมา 

และนี่คือเรื่องราวสองขั้วของนักประพันธ์เพลงระดับตำนานแห่งวงการวิดีโอเกม ติดตามไปพร้อมกับ Len.game – เล่นเกม

ยอดนักแต่งเพลง 

ในฐานะนักดนตรี ดูเหมือนว่า โคอิจิ ซุงิยามะ จะแน่วแน่ในเส้นทางนี้มาตั้งแต่แรก เขาเกิดที่เขตไทโตะ ในกรุงโตเกียว เมื่อปี 1931 ในครอบครัวที่บ้านเต็มไปด้วยเสียงดนตรี ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเป็นนักเขียนเพลงมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มแต่งเพลงตอนอยู่ชั้นมัธยมปลาย 

แม้ว่าหลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียว (โทได) มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เขาจะยังไม่ได้เริ่มงานสายนี้ แต่การได้เข้าไปอยู่ในวงการบันเทิงตั้งแต่วัยหนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นทำงานวิทยุให้กับ Nippon Cultural Broadcasting หรือ เป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์ให้กับ ฟูจิทีวี ก็ทำให้เขาได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว 

“ก่อนหน้านั้น ผมทำมาหลายอย่างมาก ครึ่งหนึ่งผมเคยเป็นผู้กำกับรายการโทรทัศน์” ซูงิยามะให้สัมภาษณ์กับรายการทีวีในบ้านเกิด 

จนกระทั่งในปี 1965 ซุงิยามะ ก็กลับมาโฟกัสกับความฝันในวัยเด็กอีกครั้ง ด้วยการลาออกจากสถานีโทรทัศน์ชื่อดัง มาเป็นผู้กำกับฟรีแลนซ์ และรับงานแต่งเพลงไปด้วย ก่อนจะยุติการทำหน้าที่ผู้กำกับ มาแต่งเพลงเต็มตัวเพียงอย่างเดียว 

และดนตรีก็กลายเป็นสิ่งสร้างชื่อให้กับเขา เมื่อหลังจากนั้น ซุงิยามะ ได้มีโอกาสแต่งเพลงในหลากหลายรูปแบบ ทั้งละครเพลง เพลงโฆษณา ภาพยนตร์อนิเมะ รายการทีวี หรือเพลงประกอบสนามม้า ไปจนถึงการเป็นผู้แต่งเพลงให้เหล่านักร้องในยุคนั้น 

ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Koi no Fuga” (Fugue of love) ของวงดูโอคู่แฝด The Peanuts ที่โด่งดังในยุค 1970s หรือเพลง “Gakuseigai no Kissaten” (Cafe on student street) ของวง Garo ที่ติดชาร์ทอันดับ 1 ของ Oricon ในปี 1973 

นอกจากนี้ เขายังมีโอกาสได้ทำเพลงให้กับหนังแนวโทคุซัตสึ หรือหนังแนวแปลงร่างให้กับ เรื่อง Return of Ultraman รวมไปถึงภาพยนตร์อนิเมะอย่าง Gatchaman: The Movie และ Cyborg 009 หรือภาพยนตร์อย่าง Godzilla vs. Biollante อีกด้วย

ผมอยากเป็นนักแต่งเพลงมาตั้งแต่แรก ผมเคยแต่งเพลงให้กับกลุ่ม โฆษณา ภาพยนตร์ และอนิเมะ” ซุงิยามะ อธิบาย 

แต่สำหรับวงการวิดีโอเกม อาจจะเรียกความบังเอิญก็ว่าได้ 

จดหมายท้วงติงเป็นเหตุ 

ในยุค 1980s ถือว่าเป็นยุคแห่งความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมวิดีโอเกมญี่ปุ่น เพราะหลังจากนินเทนโด เปิดตัวเครื่องเล่นเกมอย่าง Family Computer หรือฟามิคอมในปี 1983 วิดีโอเกม ก็กลายเป็นความบันเทิงยอดฮิตของชาวอาทิตย์อุทัยในตอนนั้น  

ซุงิยามะ เองก็เป็นคอเกมตัวยง เพียงแต่เกมที่เขาชื่นชอบในตอนนั้นคือเกม Morita Kazurou no Shogi หรือเกมหมากรุกญี่ปุ่นบนเครื่อง PC ของ Enix ที่วางจำหน่ายในปี 1985 เขาถูกใจระบบของเกมมาก ติดเพียงอย่างเดียวที่เพลงประกอบไม่โดนใจเขาเอาเสียเลย 

ซุงิยามะ จึงเขียนจดหมายไปต่อว่าบริษัท Enix ผู้ผลิตเกมในเรื่องนี้ บังเอิญช่วงนั้นพวกเขามีโครงการที่จะทำเกม RPG เพื่อลงเครื่องฟามิคอมพอดี จึงได้เชิญซุงิยามะ ที่ถือเป็นคนดังแห่งวงการบันเทิง มาแต่งเพลงให้ และเกมนั้นก็มีชื่อว่า “ดราก้อนเควสต์” 

“ในช่วงเวลานั้น ซุงิยามะซังส่งจดหมายมาที่อีนิกซ์ เพื่อบอกว่าเขาไม่ชอบเพลงหนึ่งของเกมหมากรุกญี่ปุ่นของพวกเขา เขาบอกว่า ‘เกมนี้ยอดเยี่ยมมาก แต่นี่(เพลง)คือสิ่งที่ผิด’ และพวกเขาก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้คือนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียง” ยูจิ โฮริอิ ผู้ออกแบบเกมดราก้อนเควสต์ กล่าวกับ Forbes 

“ดังนั้น ในเวลาต่อมา อีนิกซ์จึงคิดว่าน่าจะลองชวนเขามาทำเพลงให้กับเกม RPG เกมใหม่ เขาก็เลยได้มาร่วมงานกับเรา นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราทั้ง 4 คนได้มาทำเกมด้วยกัน” 

อย่างไรก็ดี ปัญหาใหญ่ของผู้ผลิตเกมในตอนนั้น คือข้อจำกัดทางเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นเกม 8 บิตที่มีเนื้อที่จำกัด จึงไม่สามารถนำเสียงเพลงจากภายนอกเข้ามาใส่เกมได้ จึงทำให้เพลงประกอบวิดีโอเกมในตอนนั้นเป็นเพียงแค่เพลงทำนองซ้ำ ๆ 

แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับซุงิยามะ เมื่อเขาใช้เพียงแค่ 3 ตัวโน้ตก็รังสรรค์เพลงประกอบขึ้นมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ แถมยังติดหู จนสามารถนำไปบรรเลงในวงออร์เคสตราได้อีกด้วย 

“ด้วยความเป็นฟามิคอม คุณจึงใช้ได้แค่เสียงภายในที่สามารถทำได้เท่านั้น มันจึงไม่มีทางที่จะได้เสียงตัวอย่างมาจากภายนอกเลย และที่ทำได้ก็คือใช้สามเสียงไปพร้อมกันเท่านั้น” โฮริอิอธิบาย 

“ดังนั้น ซุงิยามะซัง ซึ่งคุ้นเคยกับสิ่งนี้ จึงสามารถสร้างมันขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เขาเขียนสกอร์เพลงของเกมด้วยสมุดโน้ต โดยใช้เพียงแค่ 3 เสียงในตอนนั้น จากนั้นโปรแกรมเมอร์ก็นำโน้ตดนตรีมาใส่ในเกม และทำให้มันเล่นได้ตามที่เขาเขียนไว้” 

และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขากลายเป็นนักแต่งเพลงขาประจำของ ดราก้อนเควสต์ ที่ทำให้เขามีชื่ออยู่ในเกมซีรีส์นี้ทุกภาค จนถึงภาคที่ 12 ที่ยังไม่ได้วางจำหน่าย จนได้รับการบันทึกว่าเป็นนักแต่งเพลงสำหรับวิดีโอเกมที่อายุมากที่สุดในโลกเมื่อปี 2017 ด้วยวัย 86 ปีกับ 109 วัน  

“ดราก้อนเควสต์คืองานตลอดชีวิตของผม ผมอยากจะทำงานในฐานะนักประพันธ์ไปตลอดชีวิต” โคอิจิ ซุงิยามะ กล่าว 

ทั้งนี้ ซุงิยามะ ไม่เพียงแต่เป็นผู้บุกเบิกการแต่งเพลงระดับคุณภาพสำหรับวิดีโอเกมเท่านั้น แต่เขายังพาบทเพลงจากอุตสาหกรรมนี้ออกไปนอกพรมแดนของมัน ด้วยการนำเพลงจากดราก้อนเควสต์ ไปเล่นคอนเสิร์ตในปี 1987 ที่กลายเป็นคอนเสิร์ตเพลงจากวิดีโอเกม รายการแรกของโลก 

“เพลงวิดีโอเกมนั้นซ้ำไปซ้ำมา และผู้เล่นก็ต้องฟังเพลงเหล่านี้ไปนาน ๆ ดังนั้นคุณต้องแต่งเพลงที่ไม่ซับซ้อน แต่ฟังแล้วไม่เบื่อ” ซุงิยามะเผยเบื้องหลัง

นอกจากดราก้อนเควสต์แล้ว เขามีโอกาสประพันธ์เพลงให้กับวิดีโอเกมอีกมากมาย ทั้ง World Golf III, E.V.O.: Search for Eden หรือ Monopoly ทำให้ซุงิยามะเป็นเจ้าของผลงานนับพันบทเพลง และมีคอนเสิร์ตของตัวเองแทบทุกปี จนได้รับการยกย่องในฐานะตำนานของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม 

อย่างไรก็ดี กลับมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนเชิดชูเขาไม่ลง 

ขวาตกขอบ 

แม้ว่า โคอิจิ ซุงิยามะ จะได้รับยกย่องว่าเอกอุทางผลงานเพลง และถือเป็นบุคคลระดับตำนาน แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นตราบาปของเขา คือความคิดทางการเมืองแบบขวาจัด ชาตินิยม มากที่สุดคนหนึ่งของญี่ปุ่น 

เขาไม่ยอมรับความเลวร้ายของจักรวรรดิญี่ปุ่นที่กระทำต่อเพื่อนบ้าน และต่อประเทศที่ญี่ปุ่นเข้ารุกรานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะการสังหารหมู่ที่หนานจิง ประเทศจีน หรือรู้จักกันในชื่อ “การข่มขืนที่หนานจิง (Nanjing Massacre)” ในช่วงรอยต่อปี 1937-1938 ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 250,000-300,000 คน ในช่วงเวลาเพียง 6 สัปดาห์ 

รวมไปถึงเรื่องหญิงบำเรอ ที่นักประวัติศาสตร์ระบุว่าน่าจะมีผู้หญิงเอเชียถึง 400,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีนและคาบสมุทรเกาหลี ถูกบังคับให้ทำงานบริการทางเพศในซ่องของทหารญี่ปุ่นในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 

แต่ซุงิยามะ กลับมองว่าความโหดร้ายทารุณของทหารญี่ปุ่น เป็นเพียงการกุเรื่องของชาวตะวันตก ที่จ้องจะดิสเครดิตญี่ปุ่น ในขณะที่ “หญิงบำเรอ” ที่แม้แต่งานวิจัย หรือรัฐบาลญี่ปุ่นยังใช้คำนี้ นั้นเป็น “ความเข้าใจผิด บิดเบือน อคติ และความผิดพลาดทางข้อเท็จจริง” 

นอกจากนี้ เขายังเป็นสมาชิกกลุ่ม Committee for Historical Facts กลุ่มอนุรักษณ์นิยมแบบสุดขั้ว ที่ปฏิเสธการมีอยู่ของหญิงบำเรอ แถมบางคนยังเชื่อว่า การสังหารหมู่ที่หนานจิง นั้นไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำ 

โดยในปี 2007 กลุ่มนี้ได้ซื้อโฆษณาของหนังสือพิมพ์ The Washington Post เพื่อพยายามไม่ให้สภาผู้แทนราษฎร ใช้มติ H.Res.121 ที่บังคับให้ญี่ปุ่น ยอมรับและ ขอโทษอย่างเป็นทางการ รวมถึงรับผิดชอบการกระทำในประวัติศาสตร์ จากการบังคับผู้หญิงมาเป็นหญิงบำเรอแก่ทหารในกองทัพของจักรวรรดิญี่ปุ่น 

มันไม่ใช่แค่การแก้ไขประวัติศาสตร์ แต่เป็นการเพิกเฉยต่อประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเลือดเย็นในฐานะมนุษย์ ที่ไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจากความขวาสุดโต่งของซุงิยามะนี่เอง จึงทำให้เกิดเสียงต่อต้านอย่างหนัก เมื่อเพลงดราก้อนเควสต์ที่แต่งโดยเขาถูกนำไปใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิก 2020 

“โอลิมปิกอ้างว่าจะยืนหยัดเพื่อมิตรภาพ ความเคารพ และความเป็นเลิศ การปฏิเสธและการดูถูกหญิงสาวและเด็กที่เป็นเหยื่อการถูกข่มขืนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของซุงิยามะ ละเมิดหลักการเหล่านั้น องค์กรของเราเชื่อว่ายังมีศิลปินญี่ปุ่นอีกหลายคน ที่สามารถเป็นตัวแทนทางมนุษยธรรมได้ดีกว่านี้” แถลงการณ์ของ Comfort Women Action for Redress and Education หรือ CARE ระบุ

ไม่เพียงเท่านั้น ยอดนักแต่งเพลงรายนี้ ยังมีความคิดที่เหยียดเพศ โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQ โดยเขาเชื่อว่าเด็กไม่ควรได้เรียนรู้เรื่องรักร่วมเพศ และLGBTQ ไม่ควรได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล

ในปี 2015 เขาได้ไปร่วมรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่งของกลุ่มขวาจัดกับ มิโอะ ซุงิตะ นักการเมืองญี่ปุ่น  พรรค LDP หรือ Liberal Democratic Party หนึ่งในพรรคอนุรักษ์นิยมของญี่ปุ่น ที่เคยกล่าวหา ชิโอริ อิโต นักข่าวหญิงผู้เริ่มแคมเปญ #MeToo ว่าเป็นความผิดพลาดในฐานะผู้หญิง ที่ไปดื่มเหล้าต่อหน้าผู้ชายจนเมามายและโดนข่มขืน   

โดยในรายการ ซุงิยามะ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับ LGBTQ และเมื่อพูดถึงประเด็นการศึกษาและการฆ่าตัวตายของคนกลุ่มนี้ เขาถึงกับหัวเราะขึ้นมา แถมยังบอกว่ารัฐบาลไม่ควรเอาเงินภาษีไปสนับสนุนคู่รัก  LGBTQ เพราะพวกเขามีลูกไม่ได้ 

“นี่ไม่ใช่การเหยียดหรือเลือกปฏิบัติ แต่มันคือความแตกต่าง” ซุงิยามะอธิบาย 

และทันทีที่ข้อความถูกเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้เกิดเสียงต่อต้านตัวเขาอย่างหนัก แม้ว่าในปี 2019 ซุงิยามะ จะมีท่าทีที่โอนอ่อนผ่อนปรนต่อกลุ่ม LGBTQ หลังยอมรับการมีอยู่ของคนกลุ่มนี้ แต่ดูเหมือนว่าความคิดในอดีตของเขายังไม่ได้รับการให้อภัย 

“คู่รัก LGBT มีมาตลอดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ผมสนับสนุนให้รัฐบาลช่วยเหลือพวกเขาเป็นครั้งคราว” ข้อความที่ซุงิยามะเขียนในเว็บไซต์ของตัวเอง 

ทำให้ตอนเขาเสียชีวิต เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2021 นอกจากข้อความชื่นชมแล้ว ก็ยังมีเสียงก่นด่าตามมาไม่น้อย ถึงแนวความคิดแบบขวาจัดที่น่ากลัวของเขา 

ราคาของความเชื่อ 

อันที่จริงมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจอยู่แล้ว ทุกคนล้วนประกอบด้วยด้านดีและด้านเลวร้าย ทำให้ไม่ว่าคนผู้นั้นจะฝากผลงานระดับมาสเตอร์พีซให้กับโลกเพียงใด แต่ไม่อาจพูดถึงด้านดีเพียงฝ่ายเดียว ในเมื่ออีกด้านหนึ่ง เลวร้ายเกินจะรับไหว 

เหมือนที่มีใครเคยกล่าวไว้ว่าเราไม่อาจทำความดี เพื่อลบล้างความชั่ว ชีวิตของ ซุงิยามะ เองก็เช่นกัน แม้ว่าเขาจะเป็นนักแต่งเพลงระดับตำนาน แต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เขามีความคิดน่ากลัวแบบสุดขั้ว เจ้าของผลงานเพลงบรรเลงที่เหมือนเป็นเพลงชาติอีกเพลงของชาวญี่ปุ่นอย่างเพลงธีมของ Dragon Quest กลับเป็นคนเดียวกันที่สังคมไม่อาจชื่นชมได้สนิทใจ

ที่เราทำได้คือต้องตระหนักในทุกการกระทำ และหากสิ่งที่ทำมันผิด การยืดอกขอโทษ และแก้ไขความผิดพลาดนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด 

เพราะแม้ว่าทุกคนมีสิทธิ์และเสรีภาพที่จะเชื่อและทำ แต่ทุกอย่างก็มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน

แหล่งที่มา 
https://japan-forward.com/obituary-dragon-quest-composer-koichi-sugiyama-1931-2021/ 
https://kotaku.com/the-sad-story-of-a-japanese-gaming-legend-who-pretends-5901590 https://www.shacknews.com/article/127018/dragon-quest-composer-controversial-ultranationalist-koichi-sugiyama-dies-at-90 
https://gaymingmag.com/2021/10/controversial-dragon-quest-composer-koichi-sugiyama-has-died/ https://www.thedailybeast.com/music-of-koichi-sugiyama-the-notoriously-hateful-japanese-composer-opens-tokyo-olympics-in-latest-gaffe
https://english.kyodonews.net/news/2021/10/14ce07abb326-koichi-sugiyama-japanese-composer-for-dragon-quest-dies-at-90.html?phrase=sex%20crimes&words=
https://www.forbes.com/sites/olliebarder/2018/03/28/yuji-horii-talks-about-making-dragon-quest-xi-and-the-origins-behind-the-series/?sh=90c6a0f37d44 
https://www.techradar.com/news/the-best-dragon-quest-music-as-composed-by-the-late-koichi-sugiyama https://www.woodus.com/forums/topic/10713-interview-with-sugiyama/ https://manga.fandom.com/wiki/Koichi_Sugiyama
About Author